โซล่าเซลล์ On-grid vs Off-grid vs Hybrid ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี
กำลังจะติดโซล่าเซลล์แต่สับสนว่า ออนกริด ออฟกริด ไฮบริด คืออะไร ต่างกันตรงไหน และบ้านหรือกิจการของคุณควรติดแบบไหน? หน้านี้สรุปจากคำอธิบายทางการของ กฟภ. (PEA Solar) และ กฟน. (MEA): หลักการทำงาน ข้อดี-ข้อเสีย ตารางเทียบ 3 ระบบ ใครเหมาะกับแบบไหน ต้องยื่นขนานไฟ/ขออนุญาตอะไรบ้าง ขายไฟคืนได้ไหม และอะไรทำให้ราคาแพ็กเกจ 5 kW ต่างกัน — ส่วนเรื่อง “คืนทุนกี่ปี” แยกไว้อีกหน้าหนึ่ง
โซล่าเซลล์ 3 แบบต่างกันที่ 2 คำถาม: “เชื่อมต่อกับการไฟฟ้าไหม” และ “มีแบตเตอรี่ไหม” — On-grid (ออนกริด) เชื่อมต่อขนานกับระบบของการไฟฟ้า ไม่มีแบตเตอรี่ ถูกที่สุดและนิยมที่สุดสำหรับบ้าน/กิจการที่ใช้ไฟกลางวัน แต่ไฟการไฟฟ้าดับ ระบบจะหยุดจ่ายไฟด้วย · Off-grid (ออฟกริด) ไม่เชื่อมต่อการไฟฟ้าเลย ต้องมีแบตเตอรี่ เหมาะกับพื้นที่ที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง แต่ต้นทุนแบตเตอรี่สูง · Hybrid (ไฮบริด) เชื่อมต่อการไฟฟ้า “และ” มีแบตเตอรี่ ใช้ไฟกลางคืน/สำรองตอนไฟดับได้ แต่แพงกว่า On-grid — ระบบที่เชื่อมต่อการไฟฟ้า (On-grid/Hybrid) ต้องยื่นคำขอเชื่อมต่อ/ขนานไฟกับ กฟน. หรือ กฟภ. ทุกกรณีแม้ไม่ขายไฟ ส่วนการขายไฟส่วนเกินทำได้เฉพาะบ้านอยู่อาศัยที่เข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน (2.20 บาท/หน่วย ≤5 kW) — คืนทุนกี่ปี ดูหน้าคำนวณคืนทุน
โซล่าเซลล์ ออนกริด คือ อะไร ทำงานยังไง?
กฟภ. (PEA Solar) อธิบายไว้ตรงตัวว่า On-grid “เป็นระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่เชื่อมต่อร่วมกับระบบของการไฟฟ้า (ไม่ว่าจะขายไฟคืนหรือไม่)” ข้อดีคือ มีไฟใช้แน่นอน เพราะไฟจากระบบของการไฟฟ้าจะไหลเข้ามาเองเมื่อแผงผลิตไม่ได้ เช่น ช่วงเมฆบังหรือกลางคืน และข้อเสียคือ ถ้าไฟการไฟฟ้าดับ ระบบโซล่าเซลล์ก็จะดับไปด้วย ส่วน กฟน. (MEA) สรุปว่า On-Grid “ประหยัด คุ้มค่า ใช้ไฟจากโซลาร์ตอนกลางวัน เหมาะกับบ้าน สำนักงาน โรงเรียน หรือสถานที่ที่ใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวัน” — อุปกรณ์หลักมีแค่แผง + อินเวอร์เตอร์ (string / micro / optimizer) + ตู้ไฟ-เบรกเกอร์-ระบบกันฟ้าผ่า และการไฟฟ้าจะเปลี่ยนมิเตอร์ให้ในขั้นตอนเชื่อมต่อหากเข้าโครงการขายไฟ
โซล่าเซลล์ ออนกริด ออฟกริด ไฮบริด ต่างกันยังไง? ข้อดี-ข้อเสียแต่ละแบบ
| หัวข้อ | On-grid (ออนกริด) | Off-grid (ออฟกริด) | Hybrid (ไฮบริด) |
|---|---|---|---|
| เชื่อมต่อกับการไฟฟ้า | ใช่ — ขนานกับระบบ กฟน./กฟภ. | ไม่ — แยกขาดจากการไฟฟ้า | ใช่ — ขนานกับระบบการไฟฟ้า |
| แบตเตอรี่ | ไม่มี | ต้องมี (ขนาดตามโหลดบ้าน) | มี (ขนาดตามที่ออกแบบ) |
| ไฟการไฟฟ้าดับ ใช้ได้ไหม | ไม่ได้ — ระบบหยุดจ่ายไฟด้วย | ได้ — ตราบที่แบตยังมีไฟ | ได้ — โหมดสำรองตามขนาดแบต/วงจรที่แยกไว้ |
| กลางคืนใช้ไฟจากไหน | ซื้อจากการไฟฟ้าตามปกติ | แบตเตอรี่เท่านั้น | แบตก่อน หมดแล้วค่อยดึงการไฟฟ้า |
| ต้องยื่นขนานไฟ/ขออนุญาตการไฟฟ้า | ต้อง — ทุกกรณี แม้ไม่ขายไฟ | ไม่ต้องยื่นขนานไฟ (ไม่เชื่อมระบบ) แต่ใบอนุญาตอื่นตามขนาดยังใช้ | ต้อง — เช่นเดียวกับ On-grid |
| ขายไฟส่วนเกินได้ไหม | ได้ เฉพาะบ้านประเภท 1 ≤5 kW ที่เข้าร่วมโครงการ (2.20 บาท/หน่วย) | ไม่ได้ (ไม่ได้เชื่อมระบบ) | ได้ ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน (กกพ. ไม่ห้ามติด BESS ร่วม) |
| ต้นทุน / ความซับซ้อน | ต่ำสุด — แผง + อินเวอร์เตอร์ | สูง — แบตเตอรี่คือก้อนใหญ่ | สูงกว่า On-grid (อินเวอร์เตอร์ไฮบริด + แบต) |
| เหมาะกับ (ตาม PEA/MEA) | บ้าน สำนักงาน โรงเรียน สถานที่ที่ใช้ไฟกลางวัน | พื้นที่ห่างไกลที่ระบบการไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง | บ้านที่ใช้ไฟมากทั้งกลางวันและกลางคืน / ต้องการสำรองไฟ |
ตารางเทียบ On-grid / Off-grid / Hybrid (สรุปจากคำอธิบาย PEA Solar และ MEA)
On-grid — ข้อดี / ข้อเสีย
- ข้อดี: มีไฟใช้แน่นอน — ไฟจากการไฟฟ้าไหลเข้าเองเมื่อแผงผลิตไม่ได้ (PEA)
- ข้อดี: ต้นทุนต่ำสุดและคืนทุนเร็วสุดในสามแบบ เพราะไม่มีแบตเตอรี่ — ยิ่งใช้ไฟกลางวันมากยิ่งคุ้ม (MEA)
- ข้อเสีย: ถ้าไฟการไฟฟ้าดับ ระบบโซล่าเซลล์ก็ดับไปด้วย (PEA) — ไม่ใช่ระบบสำรองไฟ
- ข้อเสีย: กลางคืนยังซื้อไฟตามปกติ และไฟส่วนเกินกลางวันได้ราคาต่ำ (2.20 บาท/หน่วย เฉพาะบ้านในโครงการ) จึงต้องออกแบบขนาดให้พอดีกับการใช้กลางวัน
Off-grid — ข้อดี / ข้อเสีย
- ข้อดี: เหมาะกับพื้นที่ห่างไกลที่ระบบของการไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง (PEA) — บ้านสวน ไร่นา ปั๊มน้ำ เสาสัญญาณ
- ข้อดี: ไม่ต้องยื่นขนานไฟกับการไฟฟ้า เพราะไม่ได้เชื่อมระบบ และไม่มีบิลค่าไฟจากส่วนที่ระบบจ่ายได้
- ข้อเสีย: ต้องติดตั้งร่วมกับแบตเตอรี่ซึ่งต้นทุนสูง (PEA) และแบตมีอายุสั้นกว่าแผง ต้องเปลี่ยนระหว่างทาง
- ข้อเสีย: ใช้ไฟไม่ได้ตลอด 24 ชม. เพราะขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่ (PEA) — ฝนตกติดกันหลายวันอาจไฟหมด
Hybrid — ข้อดี / ข้อเสีย
- ข้อดี: รวมข้อดีของสองระบบ — เชื่อมต่อสายส่งการไฟฟ้าและมีแบตเตอรี่สำรองไว้ใช้กลางคืน (MEA) เหมาะกับบ้านที่ใช้ไฟมากทั้งกลางวันและกลางคืน
- ข้อดี: สำรองไฟตอนไฟดับได้ตามขนาดแบตและวงจรที่แยกไว้ — ตอบโจทย์บ้านที่ไฟดับบ่อยหรือมีอุปกรณ์สำคัญ
- ข้อเสีย: ราคาสูงกว่า On-grid เพราะมีอินเวอร์เตอร์ไฮบริด + แบตเตอรี่ — ระยะคืนทุนยาวขึ้นถ้าไม่ได้ใช้แบตคุ้ม
- ข้อเสีย: ยังต้องยื่นขนานไฟและผ่านการตรวจของการไฟฟ้าเหมือน On-grid และแบตเตอรี่ต้องได้มาตรฐานทางวิศวกรรมของการไฟฟ้าคู่สัญญา (กกพ. ระบุ)
คำอธิบาย On-grid/Off-grid ข้างต้นอ้างอิงคำถามที่พบบ่อยของ PEA Solar (กฟภ.) และบทความ “เลือกติด Solar Rooftop แบบไหนดี?” ของ กฟน. (4 มิ.ย. 2569) — ดูลิงก์ท้ายหน้า
โซล่าเซลล์ ออนกริด 5kw ราคา เท่าไหร่? ทำไมแต่ละเจ้าต่างกัน
5 kW เป็นขนาดยอดนิยมของบ้านด้วย 2 เหตุผล: เป็นเพดานต่อมิเตอร์ของโครงการขายไฟภาคประชาชน และเป็นขนาดที่ กฟภ. จัดแพ็กเกจไว้ทั้งระบบ 1 เฟสและ 3 เฟส (ใช้แผงประมาณ 10–12 แผงตามสเปกแผงปัจจุบัน) ถ้าอยากรู้ว่าราคาที่ได้มาคุ้มไหม อย่าดูแค่ตัวเลขรวม ให้เทียบ บาทต่อวัตต์ติดตั้ง (฿/Wp) และ ผลิตได้กี่หน่วยต่อปี — วิธีแปลงราคาเป็นระยะคืนทุนอยู่ในหน้าโซล่าเซลล์กี่ปีคืนทุน ส่วนโครงสร้างต้นทุนแบบแยกส่วน (แผง/อินเวอร์เตอร์/โครง/BOS/ค่าแรง/เอกสาร) ดูหน้าต้นทุนติดตั้งโซลาร์
6 ปัจจัยที่ทำให้ราคาแพ็กเกจ 5 kW ต่างกัน
ยี่ห้อและเกรดแผง/อินเวอร์เตอร์ — แผง Tier 1 และอินเวอร์เตอร์ที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้า (กฟภ.: smartlist.pea.co.th / กฟน.: ตามมาตรฐานการเชื่อมต่อ) แพงกว่าแต่ผ่านการตรวจแน่นอน และมีประกัน (PEA/MEA ระบุอินเวอร์เตอร์ 10 ปี แผงประสิทธิภาพ ≥80% 25 ปี)
ชนิดอินเวอร์เตอร์ — แพ็กเกจ กฟภ. มี 4 แบบ: Standard (string) / +Rapid Shutdown / +Power Optimizer / Micro Inverter — micro inverter และ optimizer แพงกว่าแต่ช่วยเรื่องเงาบังและความปลอดภัย
ชนิดและสภาพหลังคา — กฟภ. แบ่งแบบมาตรฐาน 4 ประเภท: เมทัลชีท / CPAC / ดาดฟ้า / ลอนคู่ — ดาดฟ้าต้องทำโครงยก หลังคาสูง-ชันหรือต้องเสริมโครงสร้าง ค่าแรงเพิ่ม
ระบบไฟบ้าน 1 เฟสหรือ 3 เฟส และระยะเดินสาย — 5 kW ติดได้ทั้งสองแบบ แต่อินเวอร์เตอร์คนละรุ่น และระยะจากหลังคาถึงตู้ไฟ/มิเตอร์ยิ่งไกล ค่าสาย-ราง-ค่าแรงยิ่งเพิ่ม
อุปกรณ์เสริม — แบตเตอรี่ (ถ้าเปลี่ยนเป็น Hybrid), ระบบมอนิเตอร์, อุปกรณ์กันไฟย้อน (zero export) และระบบป้องกันฟ้าผ่า/เซิร์จ
งานเอกสารและการตรวจรับ — ค่าดำเนินการยื่นขนานไฟ/จดแจ้ง กกพ./แจ้งท้องถิ่น ค่าตรวจสอบของการไฟฟ้า ประกันภัย และบริการล้างแผง-บำรุงรักษาหลังติดตั้ง (กฟภ. ให้ 2 ปี ปีละ 1 ครั้ง)
หมายเหตุ: หน้านี้ตั้งใจไม่ใส่ราคาเป็นตัวเลข เพราะราคาแพ็กเกจเปลี่ยนตามรุ่นอุปกรณ์และโปรโมชัน — ตรวจราคาล่าสุดของ PEA Solar ได้ที่ peasolar.pea.co.th หรือขอใบเสนอราคาจากผู้ติดตั้งที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้า แล้วใช้หน้าคืนทุนของเราแปลงเป็นจำนวนปี
เลือกแบบไหนดี: บ้าน ร้านค้า ฟาร์ม โรงงาน
คำถามที่ต้องตอบก่อนคือ “ใช้ไฟช่วงไหนมากที่สุด” และ “มีไฟการไฟฟ้าที่เสถียรอยู่แล้วไหม” — กฟน. สรุปไว้ว่าบ้านที่ใช้ไฟกลางวันมาก (ผู้สูงอายุอยู่บ้าน สัตว์เลี้ยง ทำงานที่บ้าน) ติดแล้วคุ้มเห็นผลไว จากนั้นค่อยเลือกระบบตามตาราง:
| สถานการณ์ | แบบที่มักเหมาะ | เพราะอะไร / ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| บ้านอยู่อาศัย ใช้ไฟกลางวันพอสมควร (WFH ผู้สูงอายุ แอร์กลางวัน) | On-grid 3–5 kW | ต้นทุนต่ำสุด คืนทุนเร็วสุด; ถ้า ≤5 kW และเป็นผู้ใช้ไฟประเภท 1 สมัครขายไฟส่วนเกินเพิ่มได้ |
| บ้านใช้ไฟกลางคืนมาก หรือไฟดับบ่อย / มีอุปกรณ์สำคัญ | Hybrid (On-grid + แบตเตอรี่) | ได้ทั้งลดค่าไฟกลางวันและสำรองไฟ; แบตทำให้แพงขึ้นและคืนทุนช้าลง — คำนวณก่อนว่าใช้แบตคุ้มจริงไหม |
| ร้านค้า ออฟฟิศ คลินิก โรงเรียน (เปิดกลางวัน) | On-grid ใช้เอง (self-consumption) | ใช้ไฟตรงช่วงผลิตพอดี จึงคุ้มมาก แต่กิจการขายไฟในโครงการไม่ได้ — ออกแบบขนาดไม่ให้เหลือมาก หรือตั้ง zero export |
| ฟาร์ม บ้านสวน ปั๊มน้ำ พื้นที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงหรือไม่เสถียร | Off-grid (ไม่มีไฟการไฟฟ้า) หรือ Hybrid (มีแต่ไม่เสถียร) | Off-grid ไม่ต้องยื่นขนานไฟ แต่ต้องคำนวณแบตให้พอกับวันฝนตก; งานปั๊มน้ำกลางวันอาจไม่ต้องใช้แบตเลย |
| โรงงาน โกดัง อาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ | On-grid ขนาดใหญ่ (ใช้เองเกือบ 100%) | โหลดกลางวันสูง คืนทุนเร็ว; ≥1,000 kWp ต้องขอใบอนุญาตผลิตไฟฟ้า; แบต (BESS) พิจารณาเฉพาะกรณี peak-shaving — ดูคู่มือโซลาร์โรงงาน |
ต้องยื่นขนานไฟ / ขออนุญาตไหม และขายไฟคืนได้ไหม
ทำไมต้องยื่นแม้ไม่ขายไฟ? เพราะอินเวอร์เตอร์ที่ขนานกับสายส่งต้องตัดไฟทันทีเมื่อระบบการไฟฟ้าดับ (anti-islanding) มิฉะนั้นจะเป็นอันตรายต่อช่างที่ซ่อมสาย — กฟน. ระบุชัดว่าผู้ใช้ไฟ “ต้องขออนุญาตเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าและติดตั้งอุปกรณ์ตามมาตรฐานของ MEA โดยจะต้องผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ชำนาญการ” และอินเวอร์เตอร์ต้องเป็นรุ่นที่ขึ้นทะเบียน (กฟภ. ตรวจรายชื่อที่ smartlist.pea.co.th) ขั้นตอนเชื่อมต่อฝั่งโรงงาน/หม้อแปลง อ่านต่อที่การเชื่อมต่อสายส่งและหม้อแปลง และกรอบกฎหมายทั้งหมดที่กฎระเบียบโซลาร์หลังคาไทย
ใบอนุญาต 4 กลุ่มตามขนาด (สรุปจาก PEA Solar)
ใบอนุญาตประกอบกิจการผลิตไฟฟ้า (กกพ.): ต่ำกว่า 1,000 kWp จดแจ้งยกเว้น · ตั้งแต่ 1,000 kWp ต้องขอใบอนุญาต
ใบอนุญาตโรงงาน รง.4 (ลำดับที่ 88): ไม่เกิน 1,000 kWp ไม่ต้องขอ · เกิน 1,000 kWp ต้องขอ
ใบอนุญาตก่อสร้าง/ดัดแปลงอาคาร อ.1 + อ.6: พื้นที่แผงไม่เกิน 160 ตร.ม. และน้ำหนักไม่เกิน 20 กก./ตร.ม. ไม่ต้องขอ แต่ต้องแจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่น · เกินเกณฑ์ต้องขอใบอนุญาต
ใบอนุญาตผลิตพลังงานควบคุม พค.2: อินเวอร์เตอร์รวมต่ำกว่า 200 kVA ไม่ต้องขอ · ตั้งแต่ 200 kVA ต้องขอ
บ้าน 3–10 kW จึงมักจบที่ “ยื่นขนานไฟกับการไฟฟ้า + จดแจ้งยกเว้นกับ กกพ. + แจ้งท้องถิ่น” — ผู้ติดตั้งที่ขึ้นทะเบียนมักยื่นให้ทั้งชุด (กฟภ. ระบุว่า PEA Solar “ดำเนินการขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทุกขั้นตอน”)
ขายไฟคืนได้ไหม ได้เท่าไหร่
ตารางเทียบขนาดที่นิยมติด: 3 / 5 / 10 / 15 / 20 kW ไปจนถึงโรงงาน
กฟภ. จัดแพ็กเกจไว้ 5 ขนาด (1 เฟส: 3 และ 5 kW · 3 เฟส: 5–20 kW) พร้อมประมาณการค่าไฟที่ประหยัดได้ต่อเดือน — ตัวเลขในตารางเป็นของ PEA Solar ทั้งหมด และเป็นค่าประมาณภายใต้สมมติฐานที่ กฟภ. ระบุไว้ท้ายตาราง:
| ขนาด (ระบบไฟ) | จำนวนแผง (PEA) | ประหยัดประมาณ/เดือน (PEA) | มักเหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| 3 kW (1 เฟส) | 6–8 แผง | ~1,500 บาท | บ้านเล็ก แอร์กลางวัน 1–2 เครื่อง |
| 5 kW (1 เฟส หรือ 3 เฟส) | 10–12 แผง | ~2,500 บาท | บ้านทั่วไป — เพดาน ≤5 kW ของโครงการขายไฟ |
| 10 kW (3 เฟส) | 17–24 แผง | ~5,000 บาท | บ้านใหญ่ / ร้านค้า-ออฟฟิศเล็ก (ใช้เอง) |
| 15 kW (3 เฟส) | 25–36 แผง | ~7,500 บาท | ร้านค้า คลินิก ออฟฟิศ |
| 20 kW (3 เฟส) | 33–48 แผง | ~10,000 บาท | กิจการขนาดเล็ก โกดังเล็ก |
| 100 kW ขึ้นไป (โรงงาน) | หลายร้อยแผง | ตามโหลดจริงและอัตรา TOU | โรงงาน โกดัง — ดูคู่มือโซลาร์โรงงาน |
สมมติฐานของ กฟภ. สำหรับตัวเลขประหยัด: “คิดจากกรณีแผงโซลาร์ผลิตไฟฟ้าที่ 5 ชม.ต่อวัน ที่ประสิทธิภาพของระบบโซล่าร์ 80% คูณด้วยค่าไฟเฉลี่ยหน่วยละ 5 บาท” และ “การประหยัดไฟขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าด้วย” — ของจริงจึงขึ้นกับว่าคุณใช้ไฟที่ผลิตได้ตอนกลางวันมากแค่ไหน (ดูวิธีคำนวณคืนทุนด้วยตัวเอง)
เกี่ยวกับผู้เขียน
เรียบเรียงโดยทีม CapSolar ภายใต้การดูแลของ Frank Lee (ผู้ก่อตั้ง) — CapSolar เป็นผู้ให้บริการโซลาร์ EPC/PPA เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมในไทย ที่ออกแบบและเชื่อมต่อระบบ On-grid ขนาดใหญ่กับ กฟน./กฟภ. เป็นงานประจำ และสรุปคำอธิบายทางการของการไฟฟ้าให้เจ้าของบ้านและธุรกิจเลือกระบบได้ถูกตั้งแต่แรก
FAQ
บทความที่เกี่ยวข้อง
โหลดกิจการของคุณใหญ่กว่า 5 kW? ให้เราออกแบบระบบ On-grid ที่ใช้เองคุ้มจริง
CapSolar ออกแบบ ยื่นขนานไฟ และเชื่อมต่อระบบ On-grid ขนาดใหญ่กับ กฟน./กฟภ. ให้โรงงานและอาคารพาณิชย์ — ประเมินฟรีจากบิลค่าไฟจริงของคุณ ว่าควรลงทุนเอง (EPC) หรือให้เราลงทุนให้ผ่าน PPA