C
CapSolar
คู่มือเลือกระบบโซล่าเซลล์

โซล่าเซลล์ On-grid vs Off-grid vs Hybrid ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี

กำลังจะติดโซล่าเซลล์แต่สับสนว่า ออนกริด ออฟกริด ไฮบริด คืออะไร ต่างกันตรงไหน และบ้านหรือกิจการของคุณควรติดแบบไหน? หน้านี้สรุปจากคำอธิบายทางการของ กฟภ. (PEA Solar) และ กฟน. (MEA): หลักการทำงาน ข้อดี-ข้อเสีย ตารางเทียบ 3 ระบบ ใครเหมาะกับแบบไหน ต้องยื่นขนานไฟ/ขออนุญาตอะไรบ้าง ขายไฟคืนได้ไหม และอะไรทำให้ราคาแพ็กเกจ 5 kW ต่างกัน — ส่วนเรื่อง “คืนทุนกี่ปี” แยกไว้อีกหน้าหนึ่ง

อ่าน 8 นาทีอัปเดตล่าสุด: ส.ค. 2569ข้อมูล ณ: ส.ค. 2569 — สรุปจากหน้า PEA Solar / MEA ทางการ โทร 1129 / 1130

โซล่าเซลล์ 3 แบบต่างกันที่ 2 คำถาม: “เชื่อมต่อกับการไฟฟ้าไหม” และ “มีแบตเตอรี่ไหม”On-grid (ออนกริด) เชื่อมต่อขนานกับระบบของการไฟฟ้า ไม่มีแบตเตอรี่ ถูกที่สุดและนิยมที่สุดสำหรับบ้าน/กิจการที่ใช้ไฟกลางวัน แต่ไฟการไฟฟ้าดับ ระบบจะหยุดจ่ายไฟด้วย · Off-grid (ออฟกริด) ไม่เชื่อมต่อการไฟฟ้าเลย ต้องมีแบตเตอรี่ เหมาะกับพื้นที่ที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง แต่ต้นทุนแบตเตอรี่สูง · Hybrid (ไฮบริด) เชื่อมต่อการไฟฟ้า “และ” มีแบตเตอรี่ ใช้ไฟกลางคืน/สำรองตอนไฟดับได้ แต่แพงกว่า On-grid — ระบบที่เชื่อมต่อการไฟฟ้า (On-grid/Hybrid) ต้องยื่นคำขอเชื่อมต่อ/ขนานไฟกับ กฟน. หรือ กฟภ. ทุกกรณีแม้ไม่ขายไฟ ส่วนการขายไฟส่วนเกินทำได้เฉพาะบ้านอยู่อาศัยที่เข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน (2.20 บาท/หน่วย ≤5 kW) — คืนทุนกี่ปี ดูหน้าคำนวณคืนทุน

โซล่าเซลล์ ออนกริด คือ อะไร ทำงานยังไง?

โซล่าเซลล์ ออนกริด (On-grid) คือระบบโซล่าเซลล์ที่เชื่อมต่อร่วมกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า (กฟน./กฟภ.) โดยไม่ต้องมีแบตเตอรี่ — กลางวันบ้านใช้ไฟจากแผงก่อน ไม่พอจึงดึงไฟจากการไฟฟ้ามาเสริมอัตโนมัติ และไฟที่เหลือจะไหลออกเข้าระบบ (ขายคืนได้เฉพาะบ้านที่เข้าร่วมโครงการ) เป็นแบบที่ต้นทุนต่ำสุดและติดกันมากที่สุด แต่เมื่อไฟการไฟฟ้าดับ อินเวอร์เตอร์จะหยุดจ่ายไฟด้วยเพื่อความปลอดภัยของช่างไฟ

กฟภ. (PEA Solar) อธิบายไว้ตรงตัวว่า On-grid “เป็นระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่เชื่อมต่อร่วมกับระบบของการไฟฟ้า (ไม่ว่าจะขายไฟคืนหรือไม่)” ข้อดีคือ มีไฟใช้แน่นอน เพราะไฟจากระบบของการไฟฟ้าจะไหลเข้ามาเองเมื่อแผงผลิตไม่ได้ เช่น ช่วงเมฆบังหรือกลางคืน และข้อเสียคือ ถ้าไฟการไฟฟ้าดับ ระบบโซล่าเซลล์ก็จะดับไปด้วย ส่วน กฟน. (MEA) สรุปว่า On-Grid “ประหยัด คุ้มค่า ใช้ไฟจากโซลาร์ตอนกลางวัน เหมาะกับบ้าน สำนักงาน โรงเรียน หรือสถานที่ที่ใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวัน” — อุปกรณ์หลักมีแค่แผง + อินเวอร์เตอร์ (string / micro / optimizer) + ตู้ไฟ-เบรกเกอร์-ระบบกันฟ้าผ่า และการไฟฟ้าจะเปลี่ยนมิเตอร์ให้ในขั้นตอนเชื่อมต่อหากเข้าโครงการขายไฟ

คำว่า “ขายไฟ” กับ “ออนกริด” ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน: On-grid จำนวนมากติดเพื่อ ใช้เอง (self-consumption) ล้วน ๆ โดยไม่ขายไฟ — ตามประกาศ กฟน. ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทติดตั้งโซลาร์ใช้เองขนานกับระบบจำหน่ายของ กฟน. ได้ “โดยไม่ขายไฟฟ้าให้กับ MEA” แต่ต้องยื่นแบบคำขอเชื่อมต่อ และถ้าไม่ต้องการให้ไฟไหลย้อนออกเลยก็ตั้งค่า zero export ได้

โซล่าเซลล์ ออนกริด ออฟกริด ไฮบริด ต่างกันยังไง? ข้อดี-ข้อเสียแต่ละแบบ

ต่างกันที่ 2 เรื่อง — “เชื่อมต่อกับการไฟฟ้าหรือไม่” และ “มีแบตเตอรี่หรือไม่”: On-grid เชื่อมต่อการไฟฟ้า ไม่มีแบตเตอรี่ (ถูกสุด แต่ไฟดับใช้ไม่ได้) · Off-grid ไม่เชื่อมต่อการไฟฟ้า ต้องมีแบตเตอรี่ (อิสระ แต่แพงและใช้ได้เท่าที่แบตเก็บ) · Hybrid เชื่อมต่อการไฟฟ้าและมีแบตเตอรี่ (ใช้กลางคืน-สำรองไฟดับได้ แต่แพงกว่า On-grid) ถ้าบ้าน/กิจการของคุณมีไฟการไฟฟ้าอยู่แล้วและใช้ไฟกลางวันเป็นหลัก On-grid มักเป็นคำตอบ
ตารางเทียบ On-grid / Off-grid / Hybrid (สรุปจากคำอธิบาย PEA Solar และ MEA)
หัวข้อOn-grid (ออนกริด)Off-grid (ออฟกริด)Hybrid (ไฮบริด)
เชื่อมต่อกับการไฟฟ้าใช่ — ขนานกับระบบ กฟน./กฟภ.ไม่ — แยกขาดจากการไฟฟ้าใช่ — ขนานกับระบบการไฟฟ้า
แบตเตอรี่ไม่มีต้องมี (ขนาดตามโหลดบ้าน)มี (ขนาดตามที่ออกแบบ)
ไฟการไฟฟ้าดับ ใช้ได้ไหมไม่ได้ — ระบบหยุดจ่ายไฟด้วยได้ — ตราบที่แบตยังมีไฟได้ — โหมดสำรองตามขนาดแบต/วงจรที่แยกไว้
กลางคืนใช้ไฟจากไหนซื้อจากการไฟฟ้าตามปกติแบตเตอรี่เท่านั้นแบตก่อน หมดแล้วค่อยดึงการไฟฟ้า
ต้องยื่นขนานไฟ/ขออนุญาตการไฟฟ้าต้อง — ทุกกรณี แม้ไม่ขายไฟไม่ต้องยื่นขนานไฟ (ไม่เชื่อมระบบ) แต่ใบอนุญาตอื่นตามขนาดยังใช้ต้อง — เช่นเดียวกับ On-grid
ขายไฟส่วนเกินได้ไหมได้ เฉพาะบ้านประเภท 1 ≤5 kW ที่เข้าร่วมโครงการ (2.20 บาท/หน่วย)ไม่ได้ (ไม่ได้เชื่อมระบบ)ได้ ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน (กกพ. ไม่ห้ามติด BESS ร่วม)
ต้นทุน / ความซับซ้อนต่ำสุด — แผง + อินเวอร์เตอร์สูง — แบตเตอรี่คือก้อนใหญ่สูงกว่า On-grid (อินเวอร์เตอร์ไฮบริด + แบต)
เหมาะกับ (ตาม PEA/MEA)บ้าน สำนักงาน โรงเรียน สถานที่ที่ใช้ไฟกลางวันพื้นที่ห่างไกลที่ระบบการไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึงบ้านที่ใช้ไฟมากทั้งกลางวันและกลางคืน / ต้องการสำรองไฟ

ตารางเทียบ On-grid / Off-grid / Hybrid (สรุปจากคำอธิบาย PEA Solar และ MEA)

On-grid — ข้อดี / ข้อเสีย

  • ข้อดี: มีไฟใช้แน่นอน — ไฟจากการไฟฟ้าไหลเข้าเองเมื่อแผงผลิตไม่ได้ (PEA)
  • ข้อดี: ต้นทุนต่ำสุดและคืนทุนเร็วสุดในสามแบบ เพราะไม่มีแบตเตอรี่ — ยิ่งใช้ไฟกลางวันมากยิ่งคุ้ม (MEA)
  • ข้อเสีย: ถ้าไฟการไฟฟ้าดับ ระบบโซล่าเซลล์ก็ดับไปด้วย (PEA) — ไม่ใช่ระบบสำรองไฟ
  • ข้อเสีย: กลางคืนยังซื้อไฟตามปกติ และไฟส่วนเกินกลางวันได้ราคาต่ำ (2.20 บาท/หน่วย เฉพาะบ้านในโครงการ) จึงต้องออกแบบขนาดให้พอดีกับการใช้กลางวัน

Off-grid — ข้อดี / ข้อเสีย

  • ข้อดี: เหมาะกับพื้นที่ห่างไกลที่ระบบของการไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง (PEA) — บ้านสวน ไร่นา ปั๊มน้ำ เสาสัญญาณ
  • ข้อดี: ไม่ต้องยื่นขนานไฟกับการไฟฟ้า เพราะไม่ได้เชื่อมระบบ และไม่มีบิลค่าไฟจากส่วนที่ระบบจ่ายได้
  • ข้อเสีย: ต้องติดตั้งร่วมกับแบตเตอรี่ซึ่งต้นทุนสูง (PEA) และแบตมีอายุสั้นกว่าแผง ต้องเปลี่ยนระหว่างทาง
  • ข้อเสีย: ใช้ไฟไม่ได้ตลอด 24 ชม. เพราะขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่ (PEA) — ฝนตกติดกันหลายวันอาจไฟหมด

Hybrid — ข้อดี / ข้อเสีย

  • ข้อดี: รวมข้อดีของสองระบบ — เชื่อมต่อสายส่งการไฟฟ้าและมีแบตเตอรี่สำรองไว้ใช้กลางคืน (MEA) เหมาะกับบ้านที่ใช้ไฟมากทั้งกลางวันและกลางคืน
  • ข้อดี: สำรองไฟตอนไฟดับได้ตามขนาดแบตและวงจรที่แยกไว้ — ตอบโจทย์บ้านที่ไฟดับบ่อยหรือมีอุปกรณ์สำคัญ
  • ข้อเสีย: ราคาสูงกว่า On-grid เพราะมีอินเวอร์เตอร์ไฮบริด + แบตเตอรี่ — ระยะคืนทุนยาวขึ้นถ้าไม่ได้ใช้แบตคุ้ม
  • ข้อเสีย: ยังต้องยื่นขนานไฟและผ่านการตรวจของการไฟฟ้าเหมือน On-grid และแบตเตอรี่ต้องได้มาตรฐานทางวิศวกรรมของการไฟฟ้าคู่สัญญา (กกพ. ระบุ)

คำอธิบาย On-grid/Off-grid ข้างต้นอ้างอิงคำถามที่พบบ่อยของ PEA Solar (กฟภ.) และบทความ “เลือกติด Solar Rooftop แบบไหนดี?” ของ กฟน. (4 มิ.ย. 2569) — ดูลิงก์ท้ายหน้า

โซล่าเซลล์ ออนกริด 5kw ราคา เท่าไหร่? ทำไมแต่ละเจ้าต่างกัน

ราคาแพ็กเกจ On-grid 5 kW ไม่มี “ราคากลาง” — ต่างกันตามยี่ห้อแผง/อินเวอร์เตอร์ ชนิดอินเวอร์เตอร์ (string / micro / power optimizer) ชนิดหลังคา ระบบไฟ 1 หรือ 3 เฟส และค่าดำเนินการขออนุญาต-ยื่นขนานไฟ ให้ขอใบเสนอราคาอย่างน้อย 2–3 รายแล้วเทียบว่า “รวมค่าติดตั้ง ค่ายื่นเอกสาร และ VAT แล้วหรือยัง” (แพ็กเกจของ PEA Solar ระบุว่าราคาครอบคลุมแผง อินเวอร์เตอร์ วัสดุอุปกรณ์ประกอบ ค่าติดตั้ง และภาษีมูลค่าเพิ่ม)

5 kW เป็นขนาดยอดนิยมของบ้านด้วย 2 เหตุผล: เป็นเพดานต่อมิเตอร์ของโครงการขายไฟภาคประชาชน และเป็นขนาดที่ กฟภ. จัดแพ็กเกจไว้ทั้งระบบ 1 เฟสและ 3 เฟส (ใช้แผงประมาณ 10–12 แผงตามสเปกแผงปัจจุบัน) ถ้าอยากรู้ว่าราคาที่ได้มาคุ้มไหม อย่าดูแค่ตัวเลขรวม ให้เทียบ บาทต่อวัตต์ติดตั้ง (฿/Wp) และ ผลิตได้กี่หน่วยต่อปี — วิธีแปลงราคาเป็นระยะคืนทุนอยู่ในหน้าโซล่าเซลล์กี่ปีคืนทุน ส่วนโครงสร้างต้นทุนแบบแยกส่วน (แผง/อินเวอร์เตอร์/โครง/BOS/ค่าแรง/เอกสาร) ดูหน้าต้นทุนติดตั้งโซลาร์

6 ปัจจัยที่ทำให้ราคาแพ็กเกจ 5 kW ต่างกัน

ยี่ห้อและเกรดแผง/อินเวอร์เตอร์ — แผง Tier 1 และอินเวอร์เตอร์ที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้า (กฟภ.: smartlist.pea.co.th / กฟน.: ตามมาตรฐานการเชื่อมต่อ) แพงกว่าแต่ผ่านการตรวจแน่นอน และมีประกัน (PEA/MEA ระบุอินเวอร์เตอร์ 10 ปี แผงประสิทธิภาพ ≥80% 25 ปี)

ชนิดอินเวอร์เตอร์ — แพ็กเกจ กฟภ. มี 4 แบบ: Standard (string) / +Rapid Shutdown / +Power Optimizer / Micro Inverter — micro inverter และ optimizer แพงกว่าแต่ช่วยเรื่องเงาบังและความปลอดภัย

ชนิดและสภาพหลังคา — กฟภ. แบ่งแบบมาตรฐาน 4 ประเภท: เมทัลชีท / CPAC / ดาดฟ้า / ลอนคู่ — ดาดฟ้าต้องทำโครงยก หลังคาสูง-ชันหรือต้องเสริมโครงสร้าง ค่าแรงเพิ่ม

ระบบไฟบ้าน 1 เฟสหรือ 3 เฟส และระยะเดินสาย — 5 kW ติดได้ทั้งสองแบบ แต่อินเวอร์เตอร์คนละรุ่น และระยะจากหลังคาถึงตู้ไฟ/มิเตอร์ยิ่งไกล ค่าสาย-ราง-ค่าแรงยิ่งเพิ่ม

อุปกรณ์เสริม — แบตเตอรี่ (ถ้าเปลี่ยนเป็น Hybrid), ระบบมอนิเตอร์, อุปกรณ์กันไฟย้อน (zero export) และระบบป้องกันฟ้าผ่า/เซิร์จ

งานเอกสารและการตรวจรับ — ค่าดำเนินการยื่นขนานไฟ/จดแจ้ง กกพ./แจ้งท้องถิ่น ค่าตรวจสอบของการไฟฟ้า ประกันภัย และบริการล้างแผง-บำรุงรักษาหลังติดตั้ง (กฟภ. ให้ 2 ปี ปีละ 1 ครั้ง)

หมายเหตุ: หน้านี้ตั้งใจไม่ใส่ราคาเป็นตัวเลข เพราะราคาแพ็กเกจเปลี่ยนตามรุ่นอุปกรณ์และโปรโมชัน — ตรวจราคาล่าสุดของ PEA Solar ได้ที่ peasolar.pea.co.th หรือขอใบเสนอราคาจากผู้ติดตั้งที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้า แล้วใช้หน้าคืนทุนของเราแปลงเป็นจำนวนปี

เลือกแบบไหนดี: บ้าน ร้านค้า ฟาร์ม โรงงาน

คำถามที่ต้องตอบก่อนคือ “ใช้ไฟช่วงไหนมากที่สุด” และ “มีไฟการไฟฟ้าที่เสถียรอยู่แล้วไหม” — กฟน. สรุปไว้ว่าบ้านที่ใช้ไฟกลางวันมาก (ผู้สูงอายุอยู่บ้าน สัตว์เลี้ยง ทำงานที่บ้าน) ติดแล้วคุ้มเห็นผลไว จากนั้นค่อยเลือกระบบตามตาราง:

สถานการณ์แบบที่มักเหมาะเพราะอะไร / ข้อควรระวัง
บ้านอยู่อาศัย ใช้ไฟกลางวันพอสมควร (WFH ผู้สูงอายุ แอร์กลางวัน)On-grid 3–5 kWต้นทุนต่ำสุด คืนทุนเร็วสุด; ถ้า ≤5 kW และเป็นผู้ใช้ไฟประเภท 1 สมัครขายไฟส่วนเกินเพิ่มได้
บ้านใช้ไฟกลางคืนมาก หรือไฟดับบ่อย / มีอุปกรณ์สำคัญHybrid (On-grid + แบตเตอรี่)ได้ทั้งลดค่าไฟกลางวันและสำรองไฟ; แบตทำให้แพงขึ้นและคืนทุนช้าลง — คำนวณก่อนว่าใช้แบตคุ้มจริงไหม
ร้านค้า ออฟฟิศ คลินิก โรงเรียน (เปิดกลางวัน)On-grid ใช้เอง (self-consumption)ใช้ไฟตรงช่วงผลิตพอดี จึงคุ้มมาก แต่กิจการขายไฟในโครงการไม่ได้ — ออกแบบขนาดไม่ให้เหลือมาก หรือตั้ง zero export
ฟาร์ม บ้านสวน ปั๊มน้ำ พื้นที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงหรือไม่เสถียรOff-grid (ไม่มีไฟการไฟฟ้า) หรือ Hybrid (มีแต่ไม่เสถียร)Off-grid ไม่ต้องยื่นขนานไฟ แต่ต้องคำนวณแบตให้พอกับวันฝนตก; งานปั๊มน้ำกลางวันอาจไม่ต้องใช้แบตเลย
โรงงาน โกดัง อาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่On-grid ขนาดใหญ่ (ใช้เองเกือบ 100%)โหลดกลางวันสูง คืนทุนเร็ว; ≥1,000 kWp ต้องขอใบอนุญาตผลิตไฟฟ้า; แบต (BESS) พิจารณาเฉพาะกรณี peak-shaving — ดูคู่มือโซลาร์โรงงาน
เคล็ดลับจาก กฟน.: ระบบจะยังมี “ค่าไฟเหลือจ่าย” ถ้าขนาดเล็กกว่าโหลด ไม่มีแบตสำหรับกลางคืน หรือใช้ไฟเกินที่ระบบรองรับ — ออกแบบให้ตรงพฤติกรรมใช้ไฟจริงสำคัญกว่าเลือกแบบ

ต้องยื่นขนานไฟ / ขออนุญาตไหม และขายไฟคืนได้ไหม

ระบบที่เชื่อมต่อการไฟฟ้า (On-grid และ Hybrid) ต้องยื่นคำขอเชื่อมต่อ/ขนานไฟทุกกรณี แม้ไม่ขายไฟ — พื้นที่ กฟน. ยื่นผ่าน MyEnergy, พื้นที่ กฟภ. ยื่นผ่านระบบ PPIM (คำร้อง “ติดตั้งใช้เอง ไม่ขายไฟฟ้า”) ส่วน Off-grid ที่ไม่เชื่อมระบบไม่ต้องยื่นขนานไฟ แต่ใบอนุญาตอื่นยังขึ้นกับขนาด: ต่ำกว่า 1,000 kWp “จดแจ้งยกเว้น” กับ กกพ., อินเวอร์เตอร์รวมต่ำกว่า 200 kVA ไม่ต้องขอ พค.2, และแผงพื้นที่ ≤160 ตร.ม. น้ำหนัก ≤20 กก./ตร.ม. ไม่ต้องขอ อ.1 แต่ต้องแจ้งท้องถิ่น (ตามสรุปของ PEA Solar)

ทำไมต้องยื่นแม้ไม่ขายไฟ? เพราะอินเวอร์เตอร์ที่ขนานกับสายส่งต้องตัดไฟทันทีเมื่อระบบการไฟฟ้าดับ (anti-islanding) มิฉะนั้นจะเป็นอันตรายต่อช่างที่ซ่อมสาย — กฟน. ระบุชัดว่าผู้ใช้ไฟ “ต้องขออนุญาตเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าและติดตั้งอุปกรณ์ตามมาตรฐานของ MEA โดยจะต้องผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ชำนาญการ” และอินเวอร์เตอร์ต้องเป็นรุ่นที่ขึ้นทะเบียน (กฟภ. ตรวจรายชื่อที่ smartlist.pea.co.th) ขั้นตอนเชื่อมต่อฝั่งโรงงาน/หม้อแปลง อ่านต่อที่การเชื่อมต่อสายส่งและหม้อแปลง และกรอบกฎหมายทั้งหมดที่กฎระเบียบโซลาร์หลังคาไทย

ใบอนุญาต 4 กลุ่มตามขนาด (สรุปจาก PEA Solar)

ใบอนุญาตประกอบกิจการผลิตไฟฟ้า (กกพ.): ต่ำกว่า 1,000 kWp จดแจ้งยกเว้น · ตั้งแต่ 1,000 kWp ต้องขอใบอนุญาต

ใบอนุญาตโรงงาน รง.4 (ลำดับที่ 88): ไม่เกิน 1,000 kWp ไม่ต้องขอ · เกิน 1,000 kWp ต้องขอ

ใบอนุญาตก่อสร้าง/ดัดแปลงอาคาร อ.1 + อ.6: พื้นที่แผงไม่เกิน 160 ตร.ม. และน้ำหนักไม่เกิน 20 กก./ตร.ม. ไม่ต้องขอ แต่ต้องแจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่น · เกินเกณฑ์ต้องขอใบอนุญาต

ใบอนุญาตผลิตพลังงานควบคุม พค.2: อินเวอร์เตอร์รวมต่ำกว่า 200 kVA ไม่ต้องขอ · ตั้งแต่ 200 kVA ต้องขอ

บ้าน 3–10 kW จึงมักจบที่ “ยื่นขนานไฟกับการไฟฟ้า + จดแจ้งยกเว้นกับ กกพ. + แจ้งท้องถิ่น” — ผู้ติดตั้งที่ขึ้นทะเบียนมักยื่นให้ทั้งชุด (กฟภ. ระบุว่า PEA Solar “ดำเนินการขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทุกขั้นตอน”)

ขายไฟคืนได้ไหม ได้เท่าไหร่

ได้เฉพาะ บ้านอยู่อาศัยผู้ใช้ไฟประเภทที่ 1 ที่เข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน — การไฟฟ้ารับซื้อไฟส่วนเกินที่ 2.20 บาท/หน่วย สัญญา 10 ปี กำลังเสนอขายไม่เกิน 5 kW ต่อมิเตอร์ (ประกาศ กกพ. พ.ศ. 2569; ยื่นผ่าน MEA MyEnergy / PEA PPIM) และ กกพ. ยืนยันว่าโครงการไม่ได้ห้ามติดแบตเตอรี่ร่วม (Hybrid สมัครได้หากเข้าเงื่อนไข) ส่วน ร้านค้า/กิจการ/โรงงานเข้าร่วมไม่ได้ จึงควรออกแบบเพื่อใช้เองและอาจต้องตั้งค่าไม่ให้ไฟย้อน — ขั้นตอนสมัคร เอกสาร ค่าใช้จ่าย อ่านที่ขายไฟคืนการไฟฟ้า: โซลาร์ภาคประชาชน สมัครยังไง และกลไก Net Billing vs Net Metering ที่หน้า Net Metering ไทย
คำที่มักสับสน: “zero export” ไม่ใช่ระบบที่ 4 — เป็นการตั้งค่า On-grid/Hybrid ไม่ให้ไฟไหลออกสู่สายส่งเลย ใช้กับกิจการที่ขายไฟไม่ได้หรือหม้อแปลงรับไฟย้อนไม่ได้ — รายละเอียดในหน้า Zero Export โซลาร์ไทย

ตารางเทียบขนาดที่นิยมติด: 3 / 5 / 10 / 15 / 20 kW ไปจนถึงโรงงาน

กฟภ. จัดแพ็กเกจไว้ 5 ขนาด (1 เฟส: 3 และ 5 kW · 3 เฟส: 5–20 kW) พร้อมประมาณการค่าไฟที่ประหยัดได้ต่อเดือน — ตัวเลขในตารางเป็นของ PEA Solar ทั้งหมด และเป็นค่าประมาณภายใต้สมมติฐานที่ กฟภ. ระบุไว้ท้ายตาราง:

ขนาด (ระบบไฟ)จำนวนแผง (PEA)ประหยัดประมาณ/เดือน (PEA)มักเหมาะกับ
3 kW (1 เฟส)6–8 แผง~1,500 บาทบ้านเล็ก แอร์กลางวัน 1–2 เครื่อง
5 kW (1 เฟส หรือ 3 เฟส)10–12 แผง~2,500 บาทบ้านทั่วไป — เพดาน ≤5 kW ของโครงการขายไฟ
10 kW (3 เฟส)17–24 แผง~5,000 บาทบ้านใหญ่ / ร้านค้า-ออฟฟิศเล็ก (ใช้เอง)
15 kW (3 เฟส)25–36 แผง~7,500 บาทร้านค้า คลินิก ออฟฟิศ
20 kW (3 เฟส)33–48 แผง~10,000 บาทกิจการขนาดเล็ก โกดังเล็ก
100 kW ขึ้นไป (โรงงาน)หลายร้อยแผงตามโหลดจริงและอัตรา TOUโรงงาน โกดัง — ดูคู่มือโซลาร์โรงงาน

สมมติฐานของ กฟภ. สำหรับตัวเลขประหยัด: “คิดจากกรณีแผงโซลาร์ผลิตไฟฟ้าที่ 5 ชม.ต่อวัน ที่ประสิทธิภาพของระบบโซล่าร์ 80% คูณด้วยค่าไฟเฉลี่ยหน่วยละ 5 บาท” และ “การประหยัดไฟขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าด้วย” — ของจริงจึงขึ้นกับว่าคุณใช้ไฟที่ผลิตได้ตอนกลางวันมากแค่ไหน (ดูวิธีคำนวณคืนทุนด้วยตัวเอง)

เกี่ยวกับผู้เขียน

เรียบเรียงโดยทีม CapSolar ภายใต้การดูแลของ Frank Lee (ผู้ก่อตั้ง) — CapSolar เป็นผู้ให้บริการโซลาร์ EPC/PPA เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมในไทย ที่ออกแบบและเชื่อมต่อระบบ On-grid ขนาดใหญ่กับ กฟน./กฟภ. เป็นงานประจำ และสรุปคำอธิบายทางการของการไฟฟ้าให้เจ้าของบ้านและธุรกิจเลือกระบบได้ถูกตั้งแต่แรก

FAQ

ไม่ได้ — กฟภ. ระบุว่า “ถ้าไฟจากการไฟฟ้าดับ ระบบไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ก็จะดับไปด้วย” เพราะอินเวอร์เตอร์ต้องตัดการจ่ายไฟเมื่อสายส่งไม่มีไฟเพื่อความปลอดภัยของช่าง ถ้าต้องการไฟสำรองต้องเป็น Hybrid ที่มีแบตเตอรี่และวงจรสำรอง

โหลดกิจการของคุณใหญ่กว่า 5 kW? ให้เราออกแบบระบบ On-grid ที่ใช้เองคุ้มจริง

CapSolar ออกแบบ ยื่นขนานไฟ และเชื่อมต่อระบบ On-grid ขนาดใหญ่กับ กฟน./กฟภ. ให้โรงงานและอาคารพาณิชย์ — ประเมินฟรีจากบิลค่าไฟจริงของคุณ ว่าควรลงทุนเอง (EPC) หรือให้เราลงทุนให้ผ่าน PPA