C
CapSolar
Energy Policy

Net Metering & Net Billing ไทย 2026 ขายไฟคืนการไฟฟ้า บ้าน vs โรงงาน ครบจบ

ทุกสิ่งที่ต้องรู้เรื่องขายไฟคืนในไทย 2026 — อัตรา 2.20 บาท/kWh, โซลาร์ประชาชน 500 MW, โรงงาน self-consumption, Direct PPA, ลดหย่อนภาษี พ.ร.ฎ. 805, ยกเลิก รง.4 — ครบจบในบทความเดียว

2.20 บาท/kWh ซื้อคืน500 MW โซลาร์ประชาชนลดภาษี 200,000 บาท

เผยแพร่ 2026-05-15 · อัปเดตล่าสุด 2026-05-15 · CapSolar Research Team

อ่าน 15 นาที

Net Metering vs Net Billing ต่างกันยังไง? (ตารางเปรียบเทียบ)

Net Metering คือระบบที่เมื่อแผงโซลาร์ผลิตไฟเกินกว่าที่ใช้ ส่วนเกินจะถูกส่งเข้ากริดและ "หักลบ" กับไฟที่ใช้จากกริดในอัตราค่าไฟปลีก (retail rate) แบบหน่วยต่อหน่วย (kWh offset) เหมือน "ฝากไฟไว้กับการไฟฟ้า" แล้วถอนคืนตอนกลางคืน — คุณจ่ายเฉพาะส่วนต่าง

Net Billing ต่างจาก Net Metering ตรงที่ไม่ได้หักลบเป็นหน่วย แต่หักลบเป็น "มูลค่าเงิน" — ส่วนเกินที่ส่งเข้ากริดจะถูกซื้อในอัตราขายส่ง (wholesale rate) ซึ่งต่ำกว่าค่าไฟปลีกมาก ในไทย อัตราซื้อคืนอยู่ที่ 2.20 บาท/kWh ขณะที่ค่าไฟปลีกอยู่ที่ 3.95 บาท/kWh (พ.ค.-ส.ค. 2026)

วิธีหักลบ

NM:หน่วยต่อหน่วย (kWh)
NB:มูลค่าเงิน (฿)

อัตราส่งออก

NM:= ค่าไฟปลีก (3.95 บาท)
NB:2.20 บาท/kWh

ส่วนต่าง

NM:0 บาท (สมดุล)
NB:−1.75 บาท ต่อ kWh ที่ส่งออก

สถานะในไทย

NM:ไม่ใช้ (on hold)
NB:ใช้งานปัจจุบัน

นัยสำคัญ

NM:ใช้เอง = ขายคืน = คุ้มเท่ากัน
NB:ใช้เอง > ขายคืน (เสมอ)

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจ: ไทยเลือกใช้ระบบ Net Billing ไม่ใช่ Net Metering ทำให้การใช้ไฟเองมีค่ามากกว่าการขายคืนเสมอ ทุกหน่วยที่ใช้เองประหยัด 3.95 บาท แต่ขายคืนได้แค่ 2.20 บาท — ดังนั้นการออกแบบระบบให้ self-consumption สูงสุดจึงเป็นกุญแจสำคัญ

ระบบปัจจุบันของไทย — Net Billing โซลาร์ประชาชน

โครงการ "โซลาร์ประชาชน" (Solar Prachachon) เป็นโครงการของภาครัฐที่เปิดให้ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย (Type 1) ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาขนาดไม่เกิน 10 kWp แล้วขายไฟส่วนเกินคืนให้การไฟฟ้าในอัตรา 2.20 บาท/kWh ด้วยสัญญา 10 ปี

โครงการนี้เริ่มต้นด้วยโควตา 90 MW ซึ่งเต็มอย่างรวดเร็ว ต่อมาในปี 2026 คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (NEPC) อนุมัติขยายเป็น 500 MW เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนที่เพิ่มขึ้น

ผู้มีสิทธิ์: เฉพาะผู้ใช้ไฟบ้าน (Type 1) · ขนาดไม่เกิน 10 kWp · สัญญา 10 ปี · อัตราซื้อคืน 2.20 บาท/kWh

ขั้นตอนสมัคร

01ศึกษาความต้องการ + ออกแบบระบบ

ประเมินหลังคา ทิศทาง พื้นที่ว่าง และการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ย เพื่อกำหนดขนาดระบบที่เหมาะสม (1-2 สัปดาห์)

02เตรียมเอกสาร + ยื่นคำขอ

สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน บิลค่าไฟย้อนหลัง แบบแปลนบ้าน ใบเสนอราคาช่างติดตั้ง (1 สัปดาห์)

03ลงทะเบียนออนไลน์ผ่าน MEA หรือ PEA

กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ → MEA (myenergy.mea.or.th) / ต่างจังหวัด → PEA (ppim.pea.co.th)

04รอพิจารณาอนุมัติ

การไฟฟ้าตรวจสอบเอกสาร ตรวจระบบไฟฟ้าบ้าน ประเมินเงื่อนไขการเชื่อมต่อกริด (30-45 วัน)

05ติดตั้งระบบ + นัดตรวจรับ

ช่างติดตั้ง certified ติดตั้งแผงโซลาร์ อินเวอร์เตอร์ อุปกรณ์ป้องกัน จากนั้นนัดตรวจรับจากการไฟฟ้า (2-4 สัปดาห์)

06เปลี่ยนมิเตอร์ดิจิทัล + เริ่มจ่ายไฟ (COD)

เปลี่ยนเป็นมิเตอร์แบบ bi-directional เพื่อวัดทั้งไฟที่ใช้และไฟที่ส่งคืน เริ่มนับเครดิตขายไฟ (1-2 สัปดาห์)

ระยะเวลารวมทั้งหมดประมาณ 3-6 เดือน

อัตรา 2.20 บาท/หน่วย — คุ้มค่าไหม?

หลายคนถามว่าขายไฟคืน 2.20 บาทคุ้มไหม? คำตอบต้องเทียบกับค่าไฟที่คุณซื้อ (3.95 บาท/kWh ณ พ.ค.-ส.ค. 2026) ทุกหน่วยที่ใช้เองจึงประหยัดได้ 3.95 บาท แต่ขายคืนได้แค่ 2.20 บาท หมายความว่าใช้เอง "คุ้มกว่า" ขายคืนถึง 1.75 บาทต่อหน่วย

ตัวอย่างคำนวณ: บ้าน 5 kWp ส่งออก 30% ของไฟที่ผลิตได้
ผลิตไฟเฉลี่ย/เดือน600 kWh
ใช้เอง (70%)420 kWh × 3.95 = 1,659 บาท ประหยัด
ขายคืน (30%)180 kWh × 2.20 = 396 บาท รายได้
ผลประโยชน์รวม/เดือน2,055 บาท
ถ้าใช้เอง 100%600 × 3.95 = 2,370 บาท (+315 บาท)

สรุป: ใช้เองคุ้มกว่าขายคืนเสมอ แต่ระบบ Net Billing ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย เพราะแทนที่จะสูญเสียไฟส่วนเกินไป คุณยังขายได้ 2.20 บาท/kWh

โรงงาน & ธุรกิจ — ใช้เองเท่านั้น (Self-Consumption)

เจ้าของโรงงานจำนวนมากสอบถามว่า "โรงงานขายไฟคืนได้ไหม?" คำตอบชัดเจน: ไม่ได้ ภายใต้กฎระเบียบปัจจุบัน ผู้ใช้ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม (Type 3-7) ไม่สามารถขายไฟส่วนเกินคืนเข้ากริดได้ โรงงานต้องออกแบบระบบสำหรับ self-consumption 100%

โรงงานขายไฟคืนไม่ได้ แต่ทุก kWh ที่ใช้เอง = 3.95+ บาท ≫ 2.20 บาท (ขายคืน) — ROI ของโรงงานจึงดีกว่าบ้านที่ใช้ net billing

แต่นี่กลับเป็นข้อดี: เพราะทุก kWh ที่โซลาร์ผลิตได้จะถูกใช้เองทั้งหมด แปลว่าทุกหน่วยมีค่าเท่ากับค่าไฟปลีก (3.95+ บาท/kWh) ไม่มีส่วนเกินที่ถูกซื้อคืนในราคาต่ำ 2.20 บาท และเมื่อรวมกับอัตรา TOU (Time of Use) ที่โซลาร์ผลิตไฟตรงช่วง peak hours — มูลค่าต่อ kWh ของโรงงานจึงสูงกว่าบ้านที่ขายคืน

ระยะคืนทุนเปรียบเทียบ

บ้าน 5 kWp + Net Billing

7-9 ปี

โรงงาน 100 kWp Self-Consumption

4-5 ปี

โรงงาน 1 MWp + BOI

3-4 ปี

Direct PPA — ทางเลือกใหม่ (2026-2027)

กรอบกฎหมาย Direct PPA (Direct Power Purchase Agreement) จาก กกพ. (ERC) อนุญาตให้ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขายไฟตรงให้ผู้ซื้อโดยผ่านสายส่งของรัฐ (Third-Party Access — TPA) โดยไม่ต้องผ่านการไฟฟ้าเป็นตัวกลาง — เปิดโอกาสใหม่สำหรับผู้ใช้ไฟรายใหญ่

ในระยะนำร่อง Direct PPA จำกัดเฉพาะ data center ขนาดใหญ่ที่ได้รับส่งเสริมจาก BOI (hyper-scale data centers) โดยมีโควตาทั้งหมด 2,000 MW แต่คาดว่าจะขยายให้ผู้ใช้อุตสาหกรรมรายใหญ่ทั่วไปเข้าถึงได้ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป

ความหมายสำหรับโรงงาน: Direct PPA จะทำให้โรงงานขนาดใหญ่ซื้อไฟจากฟาร์มโซลาร์ภายนอกได้โดยตรง ในราคาที่ต่ำกว่าค่าไฟกริด — แต่ต้องรอ 2027+ กว่าจะเปิดให้อุตสาหกรรมทั่วไป

พระราชกฤษฎีกา 805 — ลดหย่อนภาษีโซลาร์ (มีนาคม 2026)

พ.ร.ฎ. 805 (มีผลบังคับ 3 มีนาคม 2026) อนุญาตให้บุคคลธรรมดา (ไม่ใช่นิติบุคคล) นำค่าติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ที่เชื่อมต่อกริดขนาดไม่เกิน 10 kWp มาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุด 200,000 บาท (รวม VAT)

ช่วงเวลา: ติดตั้งระหว่าง 3 มีนาคม 2026 — 31 ธันวาคม 2028
ผู้มีสิทธิ์: บุคคลธรรมดาที่มีมิเตอร์ไฟบ้าน
เงื่อนไข: ระบบเชื่อมต่อกริด ≤ 10 kWp โดยช่างที่ได้รับรองมาตรฐาน
ยื่นลดหย่อน: ปีภาษีที่ได้รับอนุมัติเชื่อมต่อกริด
ไม่สามารถใช้ร่วมกับสิทธิลดหย่อนภาษีโซลาร์อื่น (แต่ BOI สำหรับนิติบุคคลเป็นคนละส่วน)
สิทธิประโยชน์ BOI โซลาร์ 2026 (สำหรับนิติบุคคล)

ปลดล็อกใบ รง.4 — ธ.ค. 2024 ติดโซลาร์ไม่ต้องขอใบอนุญาตโรงงาน

กฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2567) ประกาศเมื่อ 27 ธันวาคม 2024 ยกเลิกข้อกำหนดที่โรงงานนอกนิคมอุตสาหกรรมต้องขอใบอนุญาต รง.4 ก่อนติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา — ไม่ว่าจะขนาดเท่าไหร่ก็ตาม

นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ก่อนหน้านี้โรงงานต้องขอ รง.4 ซึ่งใช้เวลา 45-90 วัน เพิ่มต้นทุนและความซับซ้อน ตอนนี้เหลือเพียงการขอเชื่อมต่อกริดกับ PEA/MEA สำหรับ self-consumption เท่านั้น

ตั้งแต่ ธ.ค. 2024: ไม่ว่าจะ 100 kWp หรือ 5 MWp — ไม่ต้องขอใบ รง.4 แล้ว (เฉพาะโรงงานนอกนิคมอุตสาหกรรม)

โซลาร์ชุมชน 1,500 MW — ความหมายสำหรับคุณ

NEPC อนุมัติกรอบโซลาร์ชุมชนขนาด 1,500 MW โดยเป็นระบบโซลาร์ภาคพื้นดิน (ground-mounted) ที่มีกลไกแบ่งปันผลประโยชน์กับชุมชนท้องถิ่น — แตกต่างจากโครงการ net billing บนหลังคาที่เราพูดถึงข้างต้น

โครงการนี้มุ่งเป้าลดต้นทุนค่าไฟในระดับชุมชน ซึ่งอาจส่งผลให้อัตราค่าไฟของผู้บริโภคในพื้นที่ใกล้เคียงลดลงในอนาคต รายละเอียดขั้นตอนการสมัครและกำหนดเวลาคาดว่าจะประกาศในปี 2026

เลือกแบบไหนดี? ตารางเปรียบเทียบครบ 4 แบบ

ตารางด้านล่างสรุปทางเลือกทั้ง 4 เส้นทาง ให้คุณเห็นภาพรวมก่อนตัดสินใจ

บ้าน + Net Billing
เงินลงทุน150,000-350,000 บาท
ระยะคืนทุน7-9 ปี
ขายไฟคืนได้ 2.20 บาท/kWh
สิทธิลดภาษีพ.ร.ฎ. 805 ≤ 200,000 บาท
ROI ประมาณ10-15%
ธุรกิจเล็ก + Self-Consumption
เงินลงทุน1-5 ล้านบาท
ระยะคืนทุน5-7 ปี
ขายไฟคืนไม่ได้
สิทธิลดภาษีBOI Section 7.1
ROI ประมาณ15-20%
โรงงาน + EPC
เงินลงทุน25-35 ล้านบาท/MW
ระยะคืนทุน4-5 ปี
ขายไฟคืนไม่ได้
สิทธิลดภาษีBOI 8 ปี ยกเว้น CIT
ROI ประมาณ22-30%+
โรงงาน + PPA
เงินลงทุน0 บาท (ไม่ลงทุน)
ระยะคืนทุนDay 1 (ลด 15-30%)
ขายไฟคืนไม่ได้
สิทธิลดภาษีไม่ได้ BOI (ไม่ได้ลงทุน)
ROI ประมาณN/A (ไม่ลงทุน)

คำถามที่พบบ่อย

คำนวณ ROI โซลาร์ของคุณ

ใช้เครื่องคำนวณ ROI โซลาร์ฟรีของเรา เพื่อดูว่าระบบโซลาร์จะช่วยประหยัดค่าไฟให้คุณเท่าไหร่