C
CapSolar
ความรู้โซลาร์เซลล์

PPA vs EPC เลือกแบบไหนดีสำหรับธุรกิจคุณ?

เปรียบเทียบ Solar PPA และ EPC ครบ 12 มิติ — ลงทุน, ROI, ความเสี่ยง, BOI, cash flow, การเป็นเจ้าของ — พร้อม decision tree ช่วยตัดสินใจใน 2 นาที

12 มิติเปรียบเทียบDecision treeเครื่องมือคำนวณฟรี
อ่าน 8 นาที

PPA กับ EPC ต่างกันอย่างไร? นิยามสั้น ๆ

PPA (Power Purchase Agreement) คือสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ผู้ให้บริการเป็นผู้ลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์ทั้งหมด ลูกค้าจ่ายเฉพาะค่าไฟที่ใช้ในอัตราต่ำกว่าการไฟฟ้า 10-30% ส่วน EPC (Engineering, Procurement, Construction) คือลูกค้าลงทุนเองทั้งระบบ จ่ายค่าออกแบบ ติดตั้ง และอุปกรณ์ครั้งเดียว แล้วเป็นเจ้าของระบบเต็มที่ คืนทุน 4-7 ปี ประหยัดได้ 100% หลังจากนั้น

โครงสร้างราคา PPA vs EPC — เปรียบเทียบแบบลึก

PPA — จ่ายตามการใช้ไฟจริง (opex)

ภายใต้ PPA ผู้ให้บริการ (เช่น CapSolar) ลงทุนค่าติดตั้งทั้งหมด แล้วเรียกเก็บค่าไฟจากลูกค้าตาม kWh ที่ระบบผลิตได้จริง อัตราทั่วไปอยู่ที่ 2.50-3.20 บาท/kWh (ต่ำกว่า PEA/MEA TOU peak ประมาณ 25-40%) พร้อม escalator 1-3% ต่อปี บิลรายเดือนวัดจาก export meter แยกจากมิเตอร์ของการไฟฟ้า ลูกค้ามี option ซื้อระบบออก (buyout) หลังจากปีที่ 7-10 ขึ้นอยู่กับโครงสร้างสัญญา

EPC — ลงทุนครั้งเดียว เป็นเจ้าของ 100% (capex)

ภายใต้ EPC ลูกค้าจ่าย turnkey CAPEX ประมาณ 25-40 ล้านบาทต่อ MWp (ขึ้นกับโครงสร้างหลังคา, brand แผง, ระยะทางจาก MDB, BOI status) ส่วนใหญ่ payment ถูกแบ่งเป็น milestones: 30% upfront + 40% หลังส่งของ + 30% หลัง COD ครอบคลุมการออกแบบวิศวกรรม, การจัดหาอุปกรณ์ (แผง/inverter/โครง/สายไฟ/ชุด monitoring), การติดตั้ง, การขออนุญาต กกพ./กฟภ./กฟน. และการเชื่อมต่อระบบ ไม่รวม O&M หลังรับมอบ (ส่วนใหญ่ต้องทำสัญญา O&M แยก 1,500-3,000 บาท/kWp/ปี)

ตัวอย่าง: ระบบขนาด 500 kWp ตลอด 25 ปี

  • PPA: ค่าไฟรวม 25 ปี ~28 ล้านบาท (ไม่มี CAPEX, ประหยัด 25% จากค่าไฟ PEA เฉลี่ย)
  • EPC: CAPEX 18 ล้านบาท + O&M 25 ปี ~3 ล้านบาท = รวม 21 ล้านบาท (ประหยัดเพิ่ม ~7 ล้านเทียบกับ PPA แต่ต้องใช้เงินสด 18M ล่วงหน้า)

หมายเหตุ: ตัวเลขเป็นการประมาณการจาก CapSolar 2026 (ขนาดระบบ, load profile, อัตรา PPA, FT จริงอาจต่าง) ลองคำนวณเฉพาะธุรกิจคุณที่ PPA vs Self-investment Calculator

การแบ่งความเสี่ยง — ใครรับอะไรภายใต้แต่ละรูปแบบ

ความต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่าง PPA กับ EPC ไม่ใช่เรื่องเงินเพียงอย่างเดียว แต่คือ "ใครรับความเสี่ยง" ในแต่ละมิติ ตารางด้านล่างสรุป 8 ความเสี่ยงหลักและผู้รับผิดชอบในแต่ละโมเดล

ประเภทความเสี่ยงPPA — ใครรับEPC — ใครรับ
Performance (ไฟผลิตน้อยกว่าคาด)ผู้ให้บริการลูกค้า
Equipment failure (แผง/inverter เสีย)ผู้ให้บริการลูกค้า (under warranty หรือหลังหมดประกัน)
Tariff rise (PEA/MEA ขึ้นราคา)ลูกค้าได้ประโยชน์ (PPA rate ต่ำกว่า)ลูกค้าได้ประโยชน์ (ประหยัด 100%)
Tariff drop (PEA/MEA ลดราคา)ลูกค้าเสี่ยง (PPA rate ยัง lock)ลูกค้าเสี่ยง (ROI ยืดออก)
BOI / tax incentiveผู้ให้บริการใช้ (ลูกค้าไม่ได้ CIT/นำเข้า)ลูกค้าใช้ตรง (CIT ยกเว้น + duty-free imports)
Property (หลังคารั่ว, เสียหาย)ผู้ให้บริการ (มี performance guarantee + insurance)ลูกค้า (ต้องซื้อประกันเอง)
Tech obsolescence (เทคโนโลยีล้าสมัย)ผู้ให้บริการ (มักเปลี่ยน inverter กลางสัญญา)ลูกค้า (inverter อายุ 10-12 ปี ต้องเปลี่ยนเอง)
Counterparty (ผู้ให้บริการล้มละลาย)ลูกค้าเสี่ยง (ต้องดู financial stability + step-in rights)N/A หลัง hand-over (เหลือเฉพาะ warranty claims)

ผลกระทบต่อ cash flow และบัญชี

PPA — Opex-friendly

ค่าใช้จ่าย PPA บันทึกเป็น opex (ค่าไฟ) ไม่เข้างบดุลเป็น asset ทำให้ไม่ต้อง depreciate และไม่กินวงเงินกู้ เหมาะกับบริษัทที่ต้องการรักษา balance sheet clean สำหรับ banking covenant หรือ ROE metrics การลงบัญชีตรงไปตรงมา — ค่าไฟรายเดือน × 25 ปี ตามที่จ่ายจริง ไม่ต้องทำ componentization

EPC — Capex + depreciation + BOI

ค่าใช้จ่าย EPC บันทึกเป็น asset (PP&E) แล้ว depreciate ตามอายุการใช้งาน 10-20 ปี (IAS 16 / Thai GAAP — ส่วนใหญ่ใช้ useful life 20 ปี แบบ straight-line) ถ้ามี BOI Section 30/31 จะได้ CIT exemption 3-8 ปี + import duty exemption บนอุปกรณ์ (แผง/inverter) ซึ่งลด effective CAPEX ได้ 10-15% ถ้า finance ด้วย loan ดอกเบี้ยจะเข้าเป็น finance cost ต่างหาก สามารถ ตรวจสอบ BOI eligibility ได้ฟรี

IFRS 16 & Thai GAAP — ข้อควรระวัง

ภายใต้ IFRS 16 (มีผลในไทยเต็มรูปแบบตั้งแต่ 2020) สัญญา PPA ที่มีลักษณะ "controlled use of identified asset" อาจถูกตีความเป็น lease ทำให้ต้อง capitalize right-of-use asset + lease liability ส่วนใหญ่ PPA แบบ on-site rooftop ของ CapSolar ออกแบบเป็น service contract (pay-for-output) ซึ่ง not a lease ภายใต้ IFRS 16 paragraph 9 แต่ควรให้ auditor ตรวจทานเอกสารก่อนเซ็น

กรณีศึกษา — ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับ PPA หรือ EPC

3 กรณีศึกษาสมมติด้านล่างสะท้อนประเภทลูกค้าที่ CapSolar พบบ่อยในประเทศไทย ไม่ใช่ลูกค้ารายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ ตัวเลขเป็นการประมาณการ

กรณีศึกษาสมมติ 01

กรณี A — โรงงาน SME ค่าไฟเดือนละ 200,000 บาท

โรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ ขนาดพื้นที่หลังคา 2,000 ตร.ม. ค่าไฟเฉลี่ยเดือนละ 200,000 บาท (รวมประมาณ 2.4 ล้าน/ปี) เจ้าของธุรกิจไม่อยากนำเงินก้อนออกไปเพราะกำลังขยายไลน์ผลิต ขนาดระบบที่เหมาะสม: 150 kWp → คำแนะนำ: **PPA** ลงทุน 0 บาท ประหยัดทันที ~25% = 600K/ปี × 15 ปี = 9 ล้านบาท โดยไม่กระทบ working capital

กรณีศึกษาสมมติ 02

กรณี B — เครือโรงงานใหญ่ ค่าไฟ 5M/เดือน + BOI

กลุ่มโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ 3 โรงใน EEC มี BOI Section 30 อยู่แล้ว (CIT 0% 8 ปี) ค่าไฟรวม 5M/เดือน = 60M/ปี ฝ่ายการเงินมี CAPEX budget และต้องการ ROI สูงสุด ขนาดระบบรวม 3 MWp → คำแนะนำ: **EPC** CAPEX ~90M บาท (หลังหัก BOI ~75M) คืนทุน ~4 ปี หลังจากนั้นประหยัด 100% = 20M/ปี × 21 ปี = 420M บาท + ใช้ import duty exemption บน panel/inverter ได้

กรณีศึกษาสมมติ 03

กรณี C — ห้างค้าปลีก เช่าหลังคา 10 ปี (tri-party PPA)

ห้างค้าปลีกเช่าอาคารจาก landlord สัญญาเช่าเหลือ 10 ปี ค่าไฟเดือนละ 1M ไม่สามารถลงทุน CAPEX เพราะไม่ได้เป็นเจ้าของอาคาร ขนาดระบบ: 500 kWp → คำแนะนำ: **PPA แบบ tri-party** ให้ landlord เซ็นยินยอมกับ tenant และ CapSolar ร่วมกัน ระยะเวลาสัญญา 10 ปี (matched to lease) + clause ให้ PPA transfer ไปยังผู้เช่ารายใหม่หรือ landlord หาก tenant ย้ายออก ประหยัด ~250K/เดือน = 30M รวม 10 ปี

อ่านโครงการจริงของ CapSolar ได้ที่ หน้าโครงการ

ตารางเปรียบเทียบ PPA vs EPC (12 มิติ)

ประเด็นเปรียบเทียบPPAEPC
การลงทุนเริ่มต้น0 บาท25-40 ล้านบาท/MWp
ความเป็นเจ้าของระบบCapSolar (15-25 ปี)ลูกค้า 100%
การบำรุงรักษา (O&M)รวมในสัญญา (CapSolar)ลูกค้ารับผิดชอบ (หรือ O&M contract แยก)
การประหยัดค่าไฟ10-30% วันแรก100% หลังคืนทุน
ระยะคืนทุนไม่มี (ไม่ได้ลงทุน)4-7 ปี
ระยะสัญญา15-25 ปีรับประกันแผง 25 ปี / inverter 10-12 ปี
เหมาะสำหรับลด opex, ESG เร็ว, ไม่อยากลงทุนROI ระยะยาวสูงสุด, มี CAPEX, มี BOI
ใครรับความเสี่ยง performanceCapSolarลูกค้า
ผลกระทบต่อ balance sheetไม่กระทบ (opex)บันทึกเป็น asset + depreciation
BOI / tax incentiveProvider ได้ลูกค้าได้ตรง (CIT + import duty)
ตัวเลือกหลังหมดสัญญาซื้อ residual / ต่อสัญญา / รื้อถอนเป็นเจ้าของอยู่แล้ว
เวลาใช้งานก่อนเริ่มประหยัดวันแรกที่ COD (10-30% ทันที)วันแรก แต่ประหยัด 100% หลังคืนทุน 4-7 ปี

ดูบริการ Solar PPA · ดูบริการ EPC

Decision Tree — 5 คำถามช่วยเลือก PPA หรือ EPC

ตอบ 5 คำถามต่อเนื่อง สุดท้ายจะได้คำแนะนำว่าธุรกิจของคุณเหมาะกับรูปแบบไหน ใช้เวลา 2 นาที

พร้อมหาคำตอบใน 2 นาที? คลิกเริ่มเพื่อตอบ 5 คำถาม

อยาก run scenario แบบละเอียด? ใช้ เครื่องมือเปรียบเทียบ PPA vs Self-investment

สรุป — เมื่อไหร่ควรเลือก PPA หรือ EPC

เลือก PPA เมื่อ

  • ไม่ต้องการใช้เงินสดก้อนใหญ่ (ต้องการ opex-friendly)
  • ต้องการเริ่มประหยัดไฟทันที (ไม่รอคืนทุน)
  • ไม่มีทีม facility/engineering ที่ดูแล O&M
  • สัญญาเช่าอาคารเหลือน้อยกว่า 15 ปี (ต้อง tri-party)
  • ต้องการลด balance-sheet impact + clean debt capacity

เลือก EPC เมื่อ

  • มี CAPEX budget + ROI 4-7 ปียอมรับได้
  • ต้องการประหยัด 100% หลังคืนทุน (ROI สูงสุด)
  • มี BOI หรือ tax benefits ที่ใช้ CIT/import duty ได้
  • เป็นเจ้าของอาคารหรือมีสัญญาเช่า ≥ 15 ปี
  • มีทีม facility/engineering + อยากควบคุม performance เอง

เขียนและตรวจทานโดยทีม CapSolar

บทความนี้เขียนโดยทีมวิศวกรและที่ปรึกษาทางการเงินของ CapSolar ตรวจทานโดยหัวหน้าวิศวกรระบบและผู้อำนวยการฝ่ายการเงินของเรา ทีมของเราพัฒนาและบริหารโครงการ EPC และ PPA ในประเทศไทยรวม 16.5 MWp ใน 8 โครงการ ครอบคลุมการเจรจาสัญญา PPA, การใช้สิทธิ BOI, การปฏิบัติตามข้อกำหนดของ กกพ./กฟภ./กฟน., และการบำรุงรักษาระยะยาว

เขียนโดย: Frank Lin (CEO, CapSolar) · ตรวจทานโดย: หัวหน้าวิศวกร, CapSolar · เผยแพร่: 23 เมษายน 2026 · ปรับปรุงล่าสุด: 23 เมษายน 2026

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ยังไม่แน่ใจว่าเลือก PPA หรือ EPC?

ให้วิศวกรของ CapSolar ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจริงของธุรกิจคุณ (บิลค่าไฟ + หลังคา + งบประมาณ) แล้วแนะนำโมเดลที่เหมาะที่สุด — ฟรี ไม่มีเงื่อนไข