Solar ภาคประชาชน 2569 คืออะไร? — และทำไมโรงงานใช้ไม่ได้ (ทางเลือก C&I)
Solar ภาคประชาชน 2569 คือโครงการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากหลังคาบ้านอยู่อาศัย ที่ กพช. อนุมัติเมื่อ 29 เม.ย. 2569 — อัตรารับซื้อ 2.20 บาท/หน่วย เพดานโครงการ 500 MW ติดได้ ≤5 kW ต่อมิเตอร์ สัญญา 10 ปี เป็นโครงการสำหรับ "บ้านอยู่อาศัย" ไม่ใช่โรงงานหรือกิจการ C&I หน้านี้สรุปข้อเท็จจริงของโครงการ เปรียบเทียบกับโซลาร์โรงงาน และบอกว่าโรงงานควรใช้รูปแบบไหนแทน
สรุปย่อ — Solar ภาคประชาชน 2569 คืออะไร และโรงงานเกี่ยวไหม?
Solar ภาคประชาชน 2569 คือโครงการรับซื้อไฟฟ้า "ส่วนเกิน" จากหลังคาบ้านอยู่อาศัย ในรูปแบบ Net Billing อัตรารับซื้อ 2.20 บาท/หน่วย เพดานทั้งโครงการ 500 MW ติดตั้งได้ไม่เกิน 5 kW ต่อมิเตอร์ สัญญา 10 ปี ซึ่ง กพช. (คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ) อนุมัติเมื่อ 29 เม.ย. 2569 โดย กกพ. (ERC) จะออกหลักเกณฑ์ภายใน มิ.ย. 2569 และคาดว่าจะเปิดลงทะเบียนช่วง มิ.ย.–ก.ค. 2569 (ควรยืนยันกับ PEA/MEA อีกครั้ง) โครงการนี้สำหรับ "บ้านอยู่อาศัย" เท่านั้น — โรงงานและกิจการ C&I ใช้ไม่ได้ เพราะเพดาน 5 kW เล็กเกินไปและการขายส่วนเกิน 2.20 บาทคุ้มน้อยกว่าการผลิตใช้เอง (self-consumption) มาก โรงงานจึงควรใช้รูปแบบ self-consumption หรือ Direct PPA แทน
ข้อเท็จจริงโครงการ Solar ภาคประชาชน 2569 — ในตารางเดียว
- อัตรารับซื้อ (ไฟส่วนเกิน)
- 2.20 บาท/หน่วย (Net Billing)
- เพดานทั้งโครงการ
- ไม่เกิน 500 MW
- ขนาดติดตั้งต่อมิเตอร์
- ไม่เกิน 5 kW/มิเตอร์
- อายุสัญญา
- 10 ปี
- ผู้อนุมัติ / สถานะ
- กพช. อนุมัติ 29 เม.ย. 2569 · กกพ. ออกหลักเกณฑ์ มิ.ย. 2569 · คาดเปิดลงทะเบียน มิ.ย.–ก.ค. 2569
หมายเหตุ: โครงการนี้สำหรับ "บ้านอยู่อาศัย" เท่านั้น และเป็นการรับซื้อ "ส่วนเกิน" แบบ Net Billing (ไม่ใช่การหักลบหน่วยแบบ Net Metering) วันเปิดลงทะเบียนเป็นการคาดการณ์ — โปรดยืนยันกับ PEA/MEA
1. โครงการคืออะไร (ข้อเท็จจริง)
Solar ภาคประชาชน 2569 เป็นนโยบายที่เปิดให้เจ้าของบ้านติดตั้งโซลาร์บนหลังคาเพื่อผลิตไฟใช้เอง และขายไฟ "ส่วนเกิน" ที่เหลือเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้าในอัตรารับซื้อ 2.20 บาท/หน่วย ภายใต้กลไก Net Billing คือคิดค่าซื้อ-ขายแยกกัน (ซื้อไฟจากกริดตามอัตราปกติ ขายส่วนเกินที่ 2.20 บาท) ไม่ใช่การหักลบหน่วยแบบ Net Metering แต่ละมิเตอร์ติดตั้งได้ไม่เกิน 5 kW และทั้งโครงการมีเพดานรวม 500 MW สัญญา 10 ปี มติเห็นชอบมาจากที่ประชุม กพช. (คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ) เมื่อ 29 เม.ย. 2569 หลังจากนี้ กกพ. (ERC) จะออกหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติภายใน มิ.ย. 2569 และคาดว่าการไฟฟ้า (PEA/MEA) จะเปิดให้ลงทะเบียนช่วง มิ.ย.–ก.ค. 2569 (ตัวเลขและกำหนดการอ้างอิงข่าวสารทางการ ณ เดือน มิ.ย. 2569 ควรตรวจสอบความล่าสุดกับ PEA/MEA ก่อนตัดสินใจ)
2. ตารางเปรียบเทียบ: Solar ภาคประชาชน vs โซลาร์โรงงาน (C&I)
สองรูปแบบนี้ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้คนละกลุ่ม คนละขนาด และคนละ "แหล่งคุ้มค่า" ตารางด้านล่างสรุปความต่างหลัก:
| Solar ภาคประชาชน | โซลาร์โรงงาน (C&I) | |
|---|---|---|
| ผู้มีสิทธิ์ | บ้านอยู่อาศัย (มิเตอร์บ้าน) | โรงงาน / กิจการ / อาคารพาณิชย์ |
| ขนาดติดตั้ง | ไม่เกิน 5 kW/มิเตอร์ | ตามโหลดจริง — มักหลายร้อย kW ถึงหลาย MW |
| แหล่งคุ้มค่าหลัก | ขายส่วนเกิน 2.20 บาท/หน่วย | ผลิตใช้เอง (self-consumption) ลดค่าไฟที่ต้องจ่าย ~4–5.5 บาท/หน่วย |
| กลไก | Net Billing (ซื้อ-ขายแยกราคา) | Self-consumption / Direct PPA / Net Billing ส่วนเกิน |
| สัญญา / รูปแบบลงทุน | สัญญารับซื้อ 10 ปี เจ้าของบ้านลงทุนเอง | ลงทุนเอง (EPC) หรือ 0 บาทลงทุน (Direct PPA 15–25 ปี) |
| เหมาะกับใคร | บ้านที่ใช้ไฟกลางวันน้อย มีไฟเหลือขาย | โรงงานที่ใช้ไฟกลางวันสูง ต้องการกดต้นทุนค่าไฟ |
3. ทำไมโรงงานทำ Solar ภาคประชาชน ไม่ได้ / ไม่คุ้ม
มีสองเหตุผลหลัก เหตุผลแรกคือ "เพดาน 5 kW เล็กเกินไป" โรงงานทั่วไปมีโหลดกลางวันตั้งแต่หลายสิบ kW ถึงหลาย MW ระบบ 5 kW จึงผลิตได้แค่เศษเสี้ยวของความต้องการ ไม่สามารถลดบิลค่าไฟโรงงานได้อย่างมีนัยสำคัญ เหตุผลที่สองคือ "คณิตศาสตร์ของมูลค่า" โครงการนี้จ่ายให้กับไฟ "ส่วนเกิน" ที่ขายเข้าระบบเพียง 2.20 บาท/หน่วย แต่โรงงานจ่ายค่าไฟที่ซื้อจากกริดราว 4–5.5 บาท/หน่วย (รวมค่าพลังงาน TOU + demand charge + Ft + VAT) ดังนั้นทุกหน่วยที่โรงงาน "ผลิตแล้วใช้เอง" (self-consumption) มีค่าเท่ากับค่าไฟที่ไม่ต้องจ่าย ~4–5.5 บาท ซึ่งสูงกว่าการขายส่วนเกินที่ 2.20 บาทกว่าเท่าตัว โรงงานจึงควรออกแบบระบบให้ "ใช้เองให้มากที่สุด" ไม่ใช่ขายเข้าระบบ — เป้าหมายและการออกแบบจึงต่างจากโครงการบ้านอยู่อาศัยโดยสิ้นเชิง (นี่คือคำอธิบายเชิงเศรษฐศาสตร์ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน)
4. แล้วโรงงานควรใช้รูปแบบไหน
สำหรับโรงงานและกิจการ C&I มีสองเส้นทางหลัก เส้นทางแรกคือ "ลงทุนเอง (EPC)" ติดตั้งระบบขนาดตามโหลดจริงเพื่อผลิตใช้เอง คืนทุนจากค่าไฟที่ประหยัดได้ เส้นทางที่สองคือ "Direct PPA" ผู้พัฒนาเป็นผู้ลงทุนและติดตั้งให้ฟรี โรงงานจ่ายเฉพาะค่าไฟที่ใช้จริงในอัตราที่ต่ำกว่ากริด ตามสัญญา 15–25 ปี (0 บาทลงทุนเริ่มต้น) ทั้งสองแบบเน้น self-consumption เป็นหลัก และถ้ามีไฟเหลือ บางกรณีก็ยังขายส่วนเกินแบบ Net Billing ได้ จุดเริ่มต้นที่ดีคือดูปริมาณการใช้ไฟกลางวันจากบิล แล้วประเมินขนาดระบบและผลประหยัด — ใช้เครื่องมือคำนวณด้านล่างได้เลย
อ่าน Direct PPA สำหรับโรงงาน (0 บาทลงทุน ค่าไฟคงที่)โรงงานคุณประหยัดได้เท่าไร — เริ่มจากบิลของคุณ
โซลาร์โรงงานคุ้มหรือไม่ขึ้นกับโหลดกลางวันและค่าไฟปัจจุบันของคุณ ไม่ใช่อัตรารับซื้อของโครงการบ้าน วิธีเริ่มที่เร็วที่สุดคือนำบิลค่าไฟล่าสุดมาประเมินขนาดระบบและผลประหยัดด้วยเครื่องคำนวณ ROI โซลาร์ แล้วค่อยพิจารณาว่าจะลงทุนเอง (EPC) หรือใช้ Direct PPA
เกี่ยวกับผู้เขียน
บทความนี้จัดทำโดย Frank Lee ผู้ก่อตั้ง CapSolar ซึ่งส่งมอบโซลาร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมมากกว่า 80+ MWp ใน 150+ โครงการ ให้กับลูกค้ากว่า 100+ ราย เราช่วยโรงงานเลือกรูปแบบโซลาร์ที่เหมาะกับโหลดและงบประมาณจริง (self-consumption / EPC / Direct PPA) ไม่ใช่โครงการรับซื้อสำหรับบ้านอยู่อาศัย
ตรวจสอบโดย: CapSolar Research Team | ปรับปรุง: มิ.ย. 2569
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
แหล่งอ้างอิง
- มติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 1/2569 เมื่อ 29 เม.ย. 2569 — เห็นชอบโครงการรับซื้อไฟส่วนเกินจากหลังคาบ้าน (Solar ภาคประชาชน) อัตรา 2.20 บาท/หน่วย เพดาน 500 MW ติด ≤5 kW/มิเตอร์ สัญญา 10 ปี (รายงานข่าวทางการ มิ.ย. 2569)
- คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ. / ERC) — ผู้ออกหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติของโครงการ (กำหนดภายใน มิ.ย. 2569) และการไฟฟ้า PEA/MEA เป็นผู้รับลงทะเบียน (คาด มิ.ย.–ก.ค. 2569 — โปรดยืนยันกับการไฟฟ้า)
- หน้าความรู้ของ CapSolar — Net Metering / Net Billing ไทย และ Direct PPA สำหรับโรงงาน อธิบายกลไกการรับซื้อ-ขายไฟและรูปแบบโซลาร์ C&I
โรงงานของคุณไม่เข้าโครงการบ้าน — แต่ยังลดค่าไฟได้มาก
ทีม CapSolar ส่งมอบโซลาร์เชิงพาณิชย์มากกว่า 80+ MWp ใน 150+ โครงการ เราช่วยวิเคราะห์บิลค่าไฟ ประเมินขนาดระบบและผลประหยัด และเลือกรูปแบบที่เหมาะ (self-consumption / EPC / Direct PPA) — ปรึกษาฟรี