ต้นทุนติดตั้งรวมแยกตามขนาดระบบ — 100kW / 500kW / 1MW
ติดตั้งโซลาร์เซลล์โรงงานในไทยปี 2569 เฉลี่ยประมาณ 18-25 บาทต่อวัตต์ติดตั้งเสร็จ โดยระบบเล็กกว่า 1 เมกะวัตต์อยู่ที่ 20-25 บาท/วัตต์ และระบบ 1-3 เมกะวัตต์ลดลงเหลือ 18-22 บาท/วัตต์ ตามหลักประหยัดต่อขนาด ราคานี้ครอบคลุมแผง อินเวอร์เตอร์ โครงยึด BOS ค่าแรง ค่าขออนุญาต และค่า commissioning
ตารางด้านล่างแปลงช่วงบาท/วัตต์เป็นต้นทุนรวมโดยประมาณสำหรับสามขนาดที่พบบ่อยในโรงงานไทย ตัวเลขเป็นช่วงอ้างอิงก่อน BOI สำหรับวางแผนงบประมาณ ไม่ใช่ราคาผูกมัด ต้นทุนจริงขึ้นกับชนิดหลังคา การเสริมโครงสร้าง ระยะทางจากตู้สวิตช์ และ tier ของอุปกรณ์
| ขนาดระบบ | บาท/วัตต์ (ติดตั้งเสร็จ) | ต้นทุนรวมโดยประมาณ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 100 kWp | 22-25 บาท | ราว THB 2.2-2.5M | ค่าแรง+ขออนุญาตเฉลี่ยต่อวัตต์สูงสุด |
| 500 kWp | 20-23 บาท | ราว THB 10-11.5M | soft cost เริ่มถูกลงต่อวัตต์ |
| 1 MWp | 18-22 บาท | ราว THB 18-22M | ค่าแรง/ออกแบบ/ขออนุญาตเฉลี่ยถูกที่สุด |
ช่วงราคาเป็นค่าอ้างอิงเพื่อวางแผนงบประมาณ ไม่ใช่ราคาผูกมัด ดูราคารายขนาดละเอียดได้ที่ คู่มือราคาโซลาร์โรงงาน 2569.
เงินไปไหน: cost stack 7 ส่วนของระบบโซลาร์โรงงาน
ราคาติดตั้งเสร็จหนึ่งก้อนประกอบด้วย 7 ส่วน สัดส่วนด้านล่างเป็นค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมไทย 2569 ซึ่งจะขยับตามขนาดระบบ ชนิดหลังคา และ tier อุปกรณ์ ที่สำคัญคือ ค่าแรง (ค่าแรง) ซึ่งเป็นรายการที่มักถูกมองข้ามในใบเสนอราคา
1. แผงโซลาร์ (modules)
ส่วนใหญ่ที่สุดของต้นทุน แผง n-type TOPCon 565-580W เป็น mainstream ในปี 2569 ราคาแผงลดลงต่อเนื่อง ทำให้สัดส่วนนี้ลดลงเทียบกับอดีต
2. อินเวอร์เตอร์ (inverter)
string inverter 50-125 kW จากแบรนด์อย่าง Huawei, Sungrow, SMA สเปคและจำนวนตัวขึ้นกับ DC/AC ratio ที่ออกแบบ
3. โครงยึด (mounting / racking)
เหล็กชุบกัลวาไนซ์ + รางอลูมิเนียม สำหรับหลังคา sawtooth, flat หรือ metal sheet ต้นทุนขยับตามชนิดหลังคาและ wind load
4. BOS (สายไฟ / สวิตช์เกียร์ / มอนิเตอร์)
Balance of System: สาย DC/AC, MCB + SPD, มิเตอร์สองทาง, ระบบมอนิเตอร์ และ grounding ระยะทางจากตู้สวิตช์ยิ่งไกล BOS ยิ่งแพง
5. ค่าแรงติดตั้ง (ค่าแรง / labor)
รายการที่มักถูกมองข้ามที่สุด ค่าแรงครอบคลุมทีมติดตั้ง นั่งร้าน เครน ความปลอดภัยบนที่สูง และเวลาทำงาน 8-12 สัปดาห์ ค่าแรงต่อวัตต์แปรผันตามชนิดหลังคา ความสูง และระยะทางหน้างานมากที่สุด
6. ค่าขออนุญาต (permits)
ค่าขออนุญาต PEA/MEA, interconnection, ใบอนุญาต อ.1/รง.4 ที่เกี่ยวข้อง และเอกสาร BOI เป็นต้นทุนคงที่ต่อโครงการ จึงเฉลี่ยต่อวัตต์ถูกลงเมื่อระบบใหญ่ขึ้น
7. Commissioning + ทดสอบ
การทดสอบระบบ, performance guarantee test, การปรับตั้งอินเวอร์เตอร์ และส่งมอบเอกสาร as-built เป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนเดินเครื่อง
หมายเหตุ: สัดส่วนรวมประมาณ 100% และจะขยับตามขนาด เช่น ค่าแรงและค่าขออนุญาตเฉลี่ยต่อวัตต์ถูกลงในระบบใหญ่ ดูที่มาของตัวเลขราคาแผงและ EPC เพิ่มเติมที่ ทำไมราคาแผงตกระหว่างปี 2567-2569.
ทำไมค่าแรงติดตั้งจึงต่างกันมาก
ค่าแรง (ค่าแรง) เป็นส่วนที่คาดเดายากที่สุดของต้นทุน เพราะขึ้นกับหน้างานจริง 5 ปัจจัยด้านล่างทำให้ค่าแรงต่อวัตต์ของสองโรงงานขนาดเท่ากันอาจต่างกันได้ถึงเท่าตัว
ชนิดหลังคา
metal sheet ติดตั้งเร็วกว่า concrete หรือ sawtooth ที่ต้องเจาะยึดและกันรั่วมากกว่า หลังคา sawtooth ใช้เวลาและแรงงานมากที่สุด
ความสูง
หลังคาสูงต้องใช้นั่งร้าน เครน และมาตรการความปลอดภัยบนที่สูงเพิ่ม ทำให้ค่าแรงและเวลาเพิ่มขึ้น
การเสริมโครงสร้าง
หากหลังคาเดิมรับน้ำหนัก 15-20 kg/m² ไม่ไหว ต้องเสริมคานเหล็กหรือเปลี่ยนหลังคา ซึ่งเพิ่มทั้งค่าแรงและวัสดุอย่างมาก
ระยะทางหน้างาน
หน้างานไกลจากเมืองหรือจากตู้สวิตช์ ทำให้ค่าเดินทาง ค่าขนส่ง และเวลาเดินสายไฟเพิ่ม ส่งผลให้ค่าแรงและ BOS สูงขึ้น
ขนาดและประสบการณ์ของทีม
ทีม EPC ที่ผ่านการอบรมจาก manufacturer และมีประสบการณ์โรงงานจะติดตั้งได้เร็วและปลอดภัยกว่า ลดทั้งเวลาและความเสี่ยงงานแก้
การประหยัดจากขนาด: ทำไมบาท/วัตต์ลดลงเมื่อระบบใหญ่ขึ้น
ระบบ 1 MW มักมีต้นทุนต่อวัตต์ต่ำกว่าระบบ 100 kW ประมาณ 10-15% เพราะต้นทุนหลายส่วนเป็นค่าคงที่ต่อโครงการ ไม่ใช่ต่อวัตต์ เมื่อหารด้วยจำนวนวัตต์ที่มากขึ้น ต้นทุนเฉลี่ยต่อวัตต์จึงลดลง
ค่าแรง & ออกแบบ
ทีมและขั้นตอนออกแบบส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ ติดตั้ง 1 MW ใช้ทีมไม่ได้มากกว่า 100 kW ถึง 10 เท่า ค่าแรงต่อวัตต์จึงถูกลง
ค่าขออนุญาต & soft cost
ค่าขออนุญาต PEA/MEA และเอกสาร BOI เป็นต้นทุนต่อโครงการ เมื่อระบบใหญ่ขึ้นจึงเฉลี่ยต่อวัตต์ถูกลงอย่างชัดเจน
การจัดซื้อ & ขนส่ง
การสั่งซื้อโมดูลและอินเวอร์เตอร์จำนวนมากได้ราคาต่อหน่วยดีกว่า และค่าขนส่งเฉลี่ยต่อวัตต์ลดลง
ข้อควรระวัง: การประหยัดต่อขนาดไม่ได้เป็นเส้นตรงเสมอไป หากหลังคาต้องเสริมโครงสร้างมาก หรือต้องแบ่งติดตั้งหลายเฟส ต้นทุนต่อวัตต์อาจไม่ลดตามขนาด
ต้นทุนติดตั้งส่งผลต่อ payback อย่างไร
ต้นทุนติดตั้ง (CapEx) เป็นตัวตั้งในการคำนวณ payback ส่วนตัวหารคือเงินที่ประหยัดจากค่าไฟต่อปี ยิ่งต้นทุนต่อวัตต์ต่ำและค่าไฟยิ่งแพง payback ยิ่งสั้น โรงงานไทยส่วนใหญ่อยู่ที่ราว 4-6 ปี
บริบทค่าไฟ (อ้างอิง ERC พ.ค.-ส.ค. 2569): ค่าไฟเฉลี่ยราว 3.95 บาท/หน่วย, Ft 0.1623 บาท/หน่วย, อัตรา TOU Type 4 on-peak 5.27 / off-peak 3.80 บาท/หน่วย (ยังไม่รวม VAT 7%) โรงงานที่ใช้ไฟช่วง on-peak มากจะประหยัดได้มากเมื่อโซลาร์ผลิตกลางวัน
อยากรู้ payback ของโรงงานคุณเอง? เปิดเครื่องคำนวณ ROI.
หรือดูตัวอย่าง payback แบบละเอียดสำหรับโรงงานได้ที่ คู่มือ ROI โซลาร์โรงงาน.
ทำไมต้องประเมินต้นทุนกับ EPC ที่มีประสบการณ์จริง
ตัวเลขต้นทุนต่อวัตต์มีความหมายก็ต่อเมื่อมาจากทีมที่เคยติดตั้งจริงในเงื่อนไขหลังคาที่หลากหลาย CapSolar ประเมินต้นทุนจากประสบการณ์โครงการจริง ไม่ใช่จากตารางสำเร็จรูป
80+ MWp ติดตั้งแล้ว · 150+ โครงการ · 100+ ลูกค้า · ลด CO₂ 85,000+ ตัน
อยากเทียบราคารายขนาดหรือเตรียมจัดซื้อ? ดูเพิ่มที่ คู่มือราคาโซลาร์โรงงาน 2569 / คู่มือ EPC โซลาร์.
ขอประเมินต้นทุนติดตั้งสำหรับโรงงานคุณ
ส่งข้อมูลหลังคาและบิลค่าไฟ ทีม CapSolar จะประเมินช่วงต้นทุนและ payback ให้ฟรี