C
CapSolar
โซลาร์ภาคประชาชน

ขายไฟคืนการไฟฟ้า โซลาร์ภาคประชาชน 2569

ติดโซลาร์บนหลังคาบ้านแล้วไฟเหลือ ขายคืนการไฟฟ้าได้จริงไหม ได้หน่วยละกี่บาท สมัครที่ไหน? หน้านี้สรุปโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์บนหลังคาภาคประชาชน (บ้านอยู่อาศัย) รอบ พ.ศ. 2569 จากประกาศทางการของ กกพ. / กฟน. / กฟภ.: อัตรารับซื้อ คุณสมบัติ ขั้นตอนยื่นออนไลน์ เอกสาร-อุปกรณ์ และค่าใช้จ่าย พร้อมคำตอบตรงไปตรงมาสำหรับกิจการ/โรงงานที่เข้าร่วมไม่ได้

อ่าน 7 นาทีอัปเดตล่าสุด: ส.ค. 2569ข้อมูล ณ: ส.ค. 2569 — เงื่อนไขเป็นไปตามประกาศ กกพ. โทร 1130/1129

ขายไฟคืนการไฟฟ้าได้จริง ผ่าน “โครงการโซลาร์ภาคประชาชน” — การไฟฟ้ารับซื้อไฟส่วนเกินที่ 2.20 บาท/หน่วย สัญญา 10 ปี เงื่อนไขหลักตามประกาศ กกพ. พ.ศ. 2569: เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 (บ้านอยู่อาศัย) ติดตั้งเพื่อใช้เองเป็นหลักและขายเฉพาะส่วนที่เหลือ กำลังเสนอขายไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ (kW) ต่อมิเตอร์ เพดานรับซื้อทั้งประเทศ 500 เมกะวัตต์ แบบมาก่อนได้ก่อน (first-come-first-served) ยื่นออนไลน์: พื้นที่ กฟน. (กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ) ผ่าน MyEnergy — พื้นที่ กฟภ. (จังหวัดอื่น) ผ่าน ระบบ PPIM (กฟภ. เปิดรับถึง 30 พ.ย. 2570 หรือจนกว่าโควตาเต็ม) — โรงงาน/กิจการเข้าร่วมไม่ได้ ดูทางเลือก C&I ท้ายหน้านี้

ขายไฟคืนการไฟฟ้า ได้หน่วยละกี่บาท (2569)

2.20 บาทต่อหน่วย (kWh) ระยะเวลารับซื้อ 10 ปี — อัตราตามประกาศ กกพ. เรื่องประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา สำหรับภาคประชาชนประเภทบ้านอยู่อาศัย พ.ศ. 2569 (ตัวเลขเดียวกันทั้งพื้นที่ กฟน. และ กฟภ.) โดยรับซื้อเฉพาะไฟส่วนเกินที่ไหลเข้าระบบหลังจากบ้านใช้เองแล้ว ไม่ใช่ไฟทั้งหมดที่ผลิตได้ วิธีคิดเงินตรงตัว: หน่วยส่วนเกินที่ขายเข้าระบบ × 2.20 บาท เช่น เดือนไหนมีไฟเหลือส่งเข้าระบบ 100 หน่วย = 220 บาท
ข้อสังเกตสำคัญ: 2.20 บาท ต่ำกว่าราคาที่คุณซื้อไฟจากการไฟฟ้า (ดูอัตราค่าไฟปัจจุบัน) — โครงการนี้จึงออกแบบให้ “ใช้เองก่อน เหลือค่อยขาย”: ทุกหน่วยที่ผลิตแล้วใช้เองประหยัดเต็มค่าไฟขายปลีก ส่วนหน่วยที่เหลือได้ 2.20 บาทเป็นรายได้เสริม ไม่ใช่ช่องทางลงทุนขายไฟเชิงพาณิชย์

โซลาร์ภาคประชาชน 2569 คืออะไร ใครสมัครได้บ้าง

โครงการโซลาร์ภาคประชาชน (ชื่อทางการ: โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา สำหรับภาคประชาชนประเภทบ้านอยู่อาศัย) เป็นโครงการระดับประเทศตามมติ กพช. ครั้งที่ 1/2569 (29 เม.ย. 2569) — รอบใหม่นี้เปิดรับตั้งแต่ 1 ก.ค. 2569 แทนโครงการเดิม (เป้า 90 MW ตั้งแต่ปี 2565) ที่เต็มโควตาไปแล้ว เงื่อนไขผู้สมัครตามประกาศทางการ:

เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 (บ้านอยู่อาศัย) กับ กฟน. หรือ กฟภ. — ชื่อผู้สมัคร บ้านเลขที่ และประเภทผู้ใช้ไฟในบิลต้องตรงกับข้อมูลจริง

ติดตั้งโซลาร์บนหลังคาเพื่อใช้เองเป็นหลัก และขายเฉพาะส่วนที่เหลือ (Self-Consumption + ขายส่วนเกิน)

กำลังไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ (kW, AC) ต่อมิเตอร์ — เพดานรวมทั้งประเทศ 500 MW บริหารร่วมกันโดย กฟน. และ กฟภ.

ผู้สมัครลงทุนค่าติดตั้งเองทั้งหมด — โครงการนี้ไม่มีเงินอุดหนุนค่าติดตั้ง เป็นสิทธิ์ขายไฟส่วนเกิน + สัญญารับซื้อ 10 ปี

ยื่นแบบมาก่อนได้ก่อน (FCFS) จนกว่าจะครบ 500 MW — ฝั่ง กฟภ. ระบุช่วงรับคำขอ 1 ก.ค. 2569 ถึง 30 พ.ย. 2570 และกำหนดจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) ภายในปี 2570

หมายเหตุ: หอพัก/อาคารพาณิชย์/กิจการที่ใช้ไฟประเภทอื่น ไม่เข้าเงื่อนไขประเภทที่ 1 — ดูหัวข้อ “กิจการและโรงงานเข้าร่วมได้ไหม” ด้านล่าง สถานะโควตาล่าสุดตรวจได้จากการไฟฟ้าโดยตรง (กฟน. 1130 / กฟภ. 1129)

โซลาร์ภาคประชาชน สมัครยังไง: ยื่นขายไฟกับ MEA / PEA

ดูบิลค่าไฟก่อนว่าบ้านคุณอยู่พื้นที่การไฟฟ้าไหน แล้วยื่นออนไลน์กับการไฟฟ้านั้น — ทั้งสองระบบเปิดรับตั้งแต่ 1 ก.ค. 2569:

กฟน. (MEA) — กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ

ยื่นผ่านระบบ MyEnergy (myenergy.mea.or.th) — สมัครบัญชี ยื่นคำขอขายไฟฟ้าโครงการใหม่ พร้อมแนบเอกสาร สอบถาม MEA Call Center 1130 (24 ชม.) ผู้ที่เคยยื่นโครงการเดิมค้างไว้ กฟน. แจ้งแนวทางย้ายเข้าโครงการใหม่ทางอีเมล

กฟภ. (PEA) — ต่างจังหวัดทั่วประเทศ

ยื่นผ่านระบบ PPIM (ppim.pea.co.th — โครงการรหัส VSPP-RT3-2) เปิดรับ 1 ก.ค. 2569 – 30 พ.ย. 2570 ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาทุกวันเวลา 09:00 / 15:00 / 22:00 น. สอบถาม PEA Contact Center 1129

ขั้นตอนหลักเหมือนกันทั้งสองการไฟฟ้า (สรุปจากผังขั้นตอนทางการของ กฟภ. ซึ่งฝั่ง กฟน. ใช้หลักการเดียวกันผ่าน MyEnergy):

  1. เช็กคุณสมบัติ + เตรียมข้อมูลมิเตอร์

    ยืนยันว่าบิลเป็นผู้ใช้ไฟประเภทที่ 1 ชื่อ-ที่อยู่ตรงกับผู้สมัคร และจดหมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า (CA) จากบิลล่าสุด — ถ้าข้อมูลไม่ตรง ให้แก้ที่สำนักงานการไฟฟ้าในพื้นที่ก่อนยื่น

  2. สมัครบัญชีและยื่นคำขอออนไลน์

    กฟน.: MyEnergy / กฟภ.: PPIM — เลือกหมายเลข CA กรอกแบบคำขอ แนบเอกสารตามรายการแนบท้ายแบบคำขอ (กรณีผู้ยื่นไม่ใช่เจ้าของมิเตอร์ ใช้หนังสือมอบอำนาจ) ถ้าเอกสารไม่ครบ ระบบ กฟภ. จะค้างสถานะ “รออัปโหลดเอกสาร” จนกว่าจะแนบครบ

  3. รอพิจารณาและประกาศรายชื่อ (ภายใน 30 วัน)

    การไฟฟ้าตรวจเอกสารและความสามารถทางเทคนิคของระบบในพื้นที่ แล้วประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาภายใน 30 วันนับถัดจากวันยื่น (ฝั่ง กฟภ. ประกาศทุกวัน 3 รอบ พร้อมแจ้งผลทางอีเมล)

  4. ชำระค่าเชื่อมต่อ + ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (ภายใน 30 วัน)

    ผู้ผ่านการคัดเลือกต้องชำระค่าใช้จ่ายการเชื่อมต่อ และลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าภายใน 30 วันนับจากวันประกาศรายชื่อ — เกินกำหนดถือว่าคำขอถูกยกเลิก

  5. ติดตั้งระบบตามแบบ + แจ้งยกเว้นใบอนุญาตกับ กกพ.

    ติดตั้งระบบให้ตรงตามที่ยื่นไว้ (อินเวอร์เตอร์ต้องเป็นรุ่นที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้า) ยื่นขอเชื่อมต่อกับการไฟฟ้าในพื้นที่ และแจ้งประกอบกิจการพลังงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาตกับสำนักงาน กกพ.

  6. การไฟฟ้าตรวจระบบ เปลี่ยนมิเตอร์ แล้วเริ่มขายไฟ (COD)

    การไฟฟ้าเข้าตรวจสอบระบบผลิตไฟฟ้า เปลี่ยนมิเตอร์เป็นแบบที่วัดไฟไหลเข้า-ออกได้ และทดสอบการขนานเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเข้าระบบครั้งแรก (First Synchronization) จากนั้นจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) — กำหนด SCOD ภายในปี 2570

ไทม์ไลน์ที่เป็นทางการ: ประกาศผลภายใน 30 วันหลังยื่น → ลงนามสัญญา+ชำระค่าเชื่อมต่อภายใน 30 วันหลังประกาศ → SCOD ภายในปี 2570 ส่วนเวลารวมจริงขึ้นกับคิวติดตั้งและการตรวจในพื้นที่
ติดตามสถานะ: กฟภ. เมนู “ติดตามสถานะ” ใน PPIM (ppim.pea.co.th/app/v4/request/track) และดูประกาศรายชื่อที่ ppim.pea.co.th/app/v4/request/announce / กฟน. ติดตามในระบบ MyEnergy — ติดปัญหาการยื่น โทร 1130 (กฟน.) / 1129 (กฟภ.)

ต้องใช้เอกสารและอุปกรณ์อะไรบ้าง

รายการหลักที่ประกาศทางการและระบบรับสมัครกำหนด (รายละเอียดฉบับเต็มอยู่ท้ายแบบคำขอของแต่ละการไฟฟ้า):

บิลค่าไฟล่าสุด (ไม่เกิน 3 เดือน) ของมิเตอร์ที่จะขายไฟ — ชื่อ บ้านเลขที่ และประเภทผู้ใช้ไฟต้องตรงกับผู้สมัคร

บัตรประชาชนผู้สมัคร และหนังสือมอบอำนาจกรณีให้ผู้อื่น (เช่น บริษัทติดตั้ง) ยื่นแทนเจ้าของมิเตอร์

ข้อมูลระบบที่จะติดตั้งตามแบบคำขอ เช่น ขนาดกำลังผลิต แผนผังการเชื่อมต่อ (Single Line Diagram) และสเปกอุปกรณ์

ฝั่งอุปกรณ์

อินเวอร์เตอร์ต้องเป็นรุ่นที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้า — ฝั่ง กฟภ. ตรวจรายชื่อรุ่นได้ที่ smartlist.pea.co.th/products ฝั่ง กฟน. ใช้มาตรฐานการเชื่อมต่อของ กฟน.

มิเตอร์: การไฟฟ้าเป็นผู้เปลี่ยนมิเตอร์ให้เป็นแบบวัดไฟสองทางในขั้นตอนเชื่อมต่อ — ไม่ต้องซื้อมิเตอร์เอง

ติดแบตเตอรี่ (BESS) ร่วมด้วยได้ — กกพ. (การประชุมครั้งที่ 25/2569, 24 มิ.ย. 2569) ยืนยันว่าโครงการไม่ได้ห้ามติดตั้งโซลาร์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน แต่การติดตั้งและใช้งานต้องเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมของการไฟฟ้าคู่สัญญา

ระบบและการติดตั้งต้องผ่านการตรวจสอบของการไฟฟ้าก่อนขนานเข้าระบบทุกกรณี — ใช้ผู้ติดตั้งที่ทำเอกสารโครงการนี้เป็นจะลดรอบแก้เอกสารได้มาก

สมัครขายไฟคืน มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

การยื่นคำขอไม่มีค่าสมัคร ค่าใช้จ่ายที่ประกาศทางการระบุคือ ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ/เชื่อมต่อระบบ ซึ่งเรียกเก็บเฉพาะผู้ผ่านการคัดเลือก: ฝั่ง กฟภ. ระบุ 2,000 บาท + VAT 7% = 2,140 บาท ส่วนฝั่ง กฟน. เป็นไปตามเอกสารแนบท้ายประกาศ กกพ. (ยืนยันตัวเลขก่อนชำระที่ 1130) — ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่จริงคือค่าระบบโซลาร์ที่ผู้สมัครลงทุนเองทั้งหมด
คุ้มไหม? ขึ้นกับสัดส่วนไฟที่บ้านใช้เองตอนกลางวันเป็นหลัก เพราะมูลค่าหน่วยใช้เอง (ราคาขายปลีกที่ประหยัดได้) สูงกว่าหน่วยขายคืน (2.20 บาท) — บ้านที่ใช้ไฟกลางวันมาก (ทำงานที่บ้าน แอร์กลางวัน ชาร์จ EV) ได้ประโยชน์จากโซลาร์มากกว่าบ้านที่ไฟเหลือขายเยอะ

ขายไฟคืนแบบนี้ ต่างจาก Net Metering ยังไง

ระบบของไทยเป็น Net Billing: ไฟที่ขายเข้าระบบคิดเงินแยกที่ 2.20 บาท/หน่วย ส่วนไฟที่ซื้อจากการไฟฟ้าคิดราคาขายปลีกตามปกติ — ไม่ใช่ Net Metering ที่เอาหน่วยไหลออกไปหักลบหน่วยไหลเข้าตรง ๆ (อ่านกลไกสองแบบเต็ม ๆ ที่หน้า Net Metering ไทย) ส่วนระบบที่ตั้งค่าไม่ให้ไฟไหลออกเข้ากริดเลย (zero export) เป็นการติดตั้งแบบไม่ขายไฟ — คนละเรื่องกับโครงการนี้ซึ่งเซ็นสัญญาขายไฟส่วนเกินอย่างถูกต้อง

กิจการและโรงงานเข้าร่วมขายไฟคืนได้ไหม

ไม่ได้ — โครงการนี้จำกัดเฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 (บ้านอยู่อาศัย) เท่านั้น กิจการ ร้านค้า และโรงงาน (ผู้ใช้ไฟประเภท 2-5) ไม่เข้าเงื่อนไข และเพดาน 5 kW ก็เล็กกว่าโหลดธุรกิจมาก แต่นั่นไม่ได้แปลว่าโซลาร์ไม่คุ้มสำหรับธุรกิจ — ตรงกันข้าม: มูลค่าที่แท้จริงของโซลาร์เชิงพาณิชย์คือ ผลิตใช้เอง (self-consumption) แทนไฟขายปลีกราคาเต็ม ซึ่งต่อหน่วยสูงกว่า 2.20 บาทมาก
เส้นทางของธุรกิจมี 2 แบบหลัก: ลงทุนเอง (EPC) หรือ ให้ผู้ลงทุนติดตั้งให้แล้วซื้อไฟราคาถูกกว่าการไฟฟ้าผ่านสัญญา PPA — เทียบสองโครงการแบบละเอียด (เพดาน อัตรา เหตุผลที่โรงงานควรไปทาง C&I) ได้ที่หน้าโซลาร์ภาคประชาชน vs โซลาร์โรงงาน

เกี่ยวกับผู้เขียน

เรียบเรียงโดยทีม CapSolar ภายใต้การดูแลของ Frank Lee (ผู้ก่อตั้ง) — CapSolar เป็นผู้ให้บริการโซลาร์ EPC/PPA เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมในไทย ที่สรุปนโยบายพลังงานและงานเอกสารการไฟฟ้าจากแหล่งทางการ เพื่อให้เจ้าของบ้านและธุรกิจตัดสินใจเรื่องพลังงานได้ง่ายขึ้น

FAQ

2.20 บาทต่อหน่วย ตามประกาศ กกพ. พ.ศ. 2569 รับซื้อเฉพาะไฟส่วนเกินจากการใช้เอง สัญญา 10 ปี เท่ากันทั้งพื้นที่ กฟน. และ กฟภ.

ธุรกิจของคุณลดค่าไฟด้วยโซลาร์ได้มากกว่า 2.20 บาท/หน่วย

โครงการภาคประชาชนจำกัดที่บ้านอยู่อาศัย — แต่โรงงานและอาคารพาณิชย์ประหยัดได้ต่อหน่วยมากกว่าด้วยการผลิตใช้เอง CapSolar ประเมินฟรีจากบิลค่าไฟจริงของคุณ ว่า EPC หรือ PPA คุ้มกว่าสำหรับไซต์ของคุณ