C
CapSolar
ความปลอดภัยไฟฟ้าในบ้าน

ไฟรั่ว ทำให้ค่าไฟแพงจริงไหม — วิธีเช็คด้วยมิเตอร์ และใครรับผิดชอบ

ไฟรั่วลงดินคือกระแสไฟที่ไหลทิ้งลงดินตลอดเวลา — กินไฟจริงและอันตรายจริง หน้านี้ตอบตรง ๆ ว่ามันทำให้บิลแพงแค่ไหน จะเช็คเองด้วยมิเตอร์ยังไง สายดินกับเครื่องตัดไฟรั่วต่างกันตรงไหน และเมื่อรั่วแล้วใครต้องเป็นคนแก้-คนจ่าย โดยไม่มีตัวเลขที่เดาเอง

อ่าน 8 นาทีอัปเดตล่าสุด: 23 ส.ค. 2569ข้อมูล ณ: ส.ค. 2569

ตอบสั้น ๆ: ไฟรั่วทำให้ค่าไฟแพงขึ้นได้จริง เพราะกระแสที่รั่วลงดินถูกมิเตอร์นับเป็นหน่วยตลอด 24 ชม. แต่เรื่องที่สำคัญกว่าเงินคือความเสี่ยงไฟดูด วิธีเช็คเบื้องต้นที่ทำเองได้และปลอดภัยคือ ปิดเบรกเกอร์หลักและถอดเครื่องใช้ไฟฟ้าออกให้หมด แล้วดูว่ามิเตอร์ยังหมุนหรือยังนับหน่วยอยู่ไหม — ถ้ายังเดิน แปลว่าน่าจะมีจุดรั่วหรือมิเตอร์มีปัญหา ส่วนใครรับผิดชอบ ให้ยึดหลัก "การไฟฟ้าดูแลถึงมิเตอร์ หลังมิเตอร์เข้าบ้านเป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้ไฟ" รายละเอียดทั้งหมดอยู่ด้านล่าง (ถ้าไฟตก/ไฟกระชากทำเครื่องใช้พังเป็นคนละเรื่อง อ่านหน้าไฟตก-ไฟกระชาก)

ไฟรั่ว ทำให้ค่าไฟแพงขึ้นจริงไหม?

จริง — เพราะกระแสที่รั่วลงดินหรือรั่วผ่านฉนวนที่เสื่อมยังคงไหลผ่านมิเตอร์ มิเตอร์จึงนับเป็นหน่วยเหมือนการใช้ไฟปกติ จุดที่ต่างคือมันรั่วอยู่ตลอดเวลา แม้ตอนที่คุณคิดว่าไม่ได้ใช้ไฟ ยิ่งรั่วมากและนานเท่าไร บิลก็ยิ่งบวมเงียบ ๆ
คิดเป็นตัวเลขให้เห็นภาพ: จุดรั่วที่กินไฟต่อเนื่องเทียบได้กับหลอดหรืออุปกรณ์เล็ก ๆ ที่เปิดทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง สูตรคือ วัตต์ × 24 ชม. × 30 วัน ÷ 1,000 = หน่วยต่อเดือน ดูตารางด้านล่างว่ารั่วกี่วัตต์เท่ากับกี่หน่วย/เดือน ส่วนจะเป็นเงินกี่บาทให้คูณด้วยอัตราค่าไฟต่อหน่วยของบ้านคุณ — ตารางค่าไฟรั่วแบบคิดเป็นบาทละเอียด รวมถึงการไล่หาสาเหตุค่าไฟแพงอื่น ๆ อ่านต่อที่หน้าเช็คค่าไฟแพงผิดปกติ (ถ้าสงสัยว่าบิลมี "ค่าไฟสาธารณะ/ไฟถนน" นั่นคนละเรื่อง อ่านที่นี่)

รั่วกี่วัตต์ = กี่หน่วยต่อเดือน (คิดจากรั่วต่อเนื่อง 24 ชม.)

ตัวอย่างจุดรั่ว/เทียบเท่ากำลังไฟ (วัตต์)หน่วย/เดือน
รั่วเล็กน้อยตามฉนวนชื้น25~18
รั่วปานกลาง (เครื่องทำน้ำอุ่น/ปั๊มเก่า)50~36
รั่วมาก สายชำรุด/ลงกราวด์100~72

ตัวเลขหน่วยเป็นการคำนวณจากสูตรข้างต้นล้วน ๆ ไม่ใช่ค่าที่วัดจากบ้านคุณ — จุดรั่วจริงอาจไม่คงที่และมักมาพร้อมความเสี่ยงไฟดูดที่ต้องรีบแก้ ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน

วิธีเช็คไฟรั่วด้วยมิเตอร์ (ปิดเบรกเกอร์แล้วดูมิเตอร์หมุนไหม)

หลักการเดียว: ถ้าไม่มีอะไรใช้ไฟเลย มิเตอร์ต้องหยุดนิ่ง ถ้ามันยังนับหน่วยหรือไฟสถานะยังกะพริบถี่ ๆ แปลว่ามีกระแสไหลอยู่ที่ไหนสักแห่ง — อาจเป็นไฟรั่ว หรือมีอุปกรณ์ที่ลืมปิด ทำตาม 4 ขั้นด้านล่างเพื่อแยกให้ชัด งานที่ต้องเปิดตู้ไฟหรือรื้อสายให้เรียกช่างไฟที่มีใบอนุญาต อย่าเสี่ยงเอง
  1. ปิดเบรกเกอร์ย่อยทุกตัว + ถอดปลั๊กให้หมด

    สับเบรกเกอร์ย่อยลงให้หมด ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้น (อย่าลืมของที่กินไฟเงียบ ๆ เช่น กล่องไวไฟ ตู้เย็น เครื่องกรองน้ำ ปั๊มน้ำ) เพื่อให้แน่ใจว่า "ไม่มีโหลด" จริง ๆ

  2. ดูมิเตอร์: ต้องนิ่ง

    มิเตอร์จานหมุนต้องหยุดหมุน มิเตอร์ดิจิทัลไฟสถานะ (สัญลักษณ์ pulse/kWh) ต้องหยุดกะพริบหรือกะพริบช้ามาก และตัวเลขหน่วยต้องไม่ขยับใน 5–10 นาที ถ้าไม่รู้ว่าอ่านมิเตอร์ตรงไหนดูที่วิธีอ่านมิเตอร์ไฟฟ้า

  3. ยังนับอยู่? เปิดทีละวงจรหาตัวการ

    ถ้าปิดหมดแล้วมิเตอร์ยังนับ ให้เปิดเบรกเกอร์ย่อยกลับทีละตัว สังเกตว่าตัวไหนทำให้มิเตอร์เริ่มเดินผิดปกติหรือทำให้เครื่องตัดไฟรั่วเด้ง วงจรนั้นคือจุดที่ต้องสงสัย (เช่น วงจรเครื่องทำน้ำอุ่น ปั๊มน้ำ หรือเต้ารับนอกบ้านที่โดนฝน)

  4. ยืนยัน/แก้ โดยช่างหรือการไฟฟ้า

    จุดที่รั่วในบ้านให้ช่างไฟที่มีใบอนุญาตวัดด้วยแคลมป์มิเตอร์/เมกโอห์มมิเตอร์และซ่อม ถ้าสงสัยว่ามิเตอร์เองผิดปกติ (บ้านปิดไฟหมดแต่มิเตอร์ยังวิ่ง) ให้ขอการไฟฟ้าตรวจสอบมิเตอร์ที่ 1129 (กฟภ.) / 1130 (กฟน.) — อย่ารื้อมิเตอร์เอง เพราะเป็นทรัพย์สินการไฟฟ้าและมีซีลผนึก

ไฟรั่ว ค่าไฟแพง ใครรับผิดชอบ?

เส้นแบ่งความรับผิดชอบอยู่ที่มิเตอร์: การไฟฟ้าดูแลอุปกรณ์ของตนถึงมิเตอร์ (สายเมนเข้ามิเตอร์และตัวมิเตอร์) ส่วนหลังมิเตอร์เข้าบ้าน — สายไฟ ตู้ไฟ เต้ารับ เครื่องใช้ไฟฟ้า — เป็นความรับผิดชอบของเจ้าของ/ผู้ใช้ไฟ ดังนั้นไฟรั่วในระบบภายในบ้าน เจ้าของต้องจ้างช่างแก้เอง แต่ถ้าปัญหาอยู่ที่มิเตอร์หรือฝั่งการไฟฟ้า ให้แจ้งให้มาตรวจ

จุดที่รั่ว → ใครรับผิดชอบ → ทำยังไง

จุดที่รั่วใครรับผิดชอบทำยังไง
สายไฟ/เต้ารับ/เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน (หลังมิเตอร์)เจ้าของ/ผู้ใช้ไฟจ้างช่างไฟมีใบอนุญาตวัด-ซ่อม
มิเตอร์/สายเมนของการไฟฟ้า (ถึงมิเตอร์)การไฟฟ้า (กฟภ./กฟน.)แจ้ง 1129/1130 ขอตรวจสอบ
บ้านเช่า/หอพัก (ระบบเป็นของเจ้าของอาคาร)เจ้าของอาคาร (ตามสัญญาเช่า)แจ้งเจ้าของทันที เก็บหลักฐาน
กรณีบ้านเช่า: ระบบไฟหลังมิเตอร์มักเป็นของเจ้าของอาคาร การซ่อมจุดรั่วที่โครงสร้างจึงเป็นหน้าที่เจ้าของ ผู้เช่าควรแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรทันทีเพราะเป็นเรื่องความปลอดภัย ส่วนถ้าถูกคิดค่าไฟเกินจริงในหอพัก อ่านสิทธิที่กฎหมายค่าไฟห้องเช่า-หอพัก

สายดินกับเครื่องตัดไฟรั่ว ป้องกันไฟรั่วยังไง — ต่างกันตรงไหน?

สองอย่างนี้ทำงานคู่กันแต่คนละหน้าที่: สายดิน (สายกราวด์) เปิดทางให้กระแสที่รั่วไหลลงดินอย่างปลอดภัยแทนที่จะไหลผ่านตัวคน ส่วนเครื่องตัดไฟรั่ว (RCD/RCBO) คอยจับว่ากระแสไป-กลับไม่เท่ากัน (แปลว่ามีรั่ว) แล้วตัดไฟทันที — การไฟฟ้านครหลวงและ PEA เซฟไทย แนะนำให้บ้านมีทั้งระบบสายดินที่ถูกต้องและเครื่องตัดไฟรั่ว

สายดิน: เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีโครงโลหะ (เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ) ควรต่อสายดินและใช้เต้ารับ 3 ขา ถ้าฉนวนภายในเสื่อมจนไฟรั่วมาที่โครง สายดินจะพาไฟลงดินและมักไปกระตุ้นให้เครื่องตัดไฟรั่วทำงาน — นี่คือเหตุผลที่ MEA ย้ำเรื่อง "ปลั๊ก 3 ขา" การต่อสายดินและขนาดสายที่ถูกต้องเป็นงานช่าง ให้ผู้มีความรู้ทำตามมาตรฐาน

เครื่องตัดไฟรั่ว (RCD/RCBO/ELCB): เหมาะมากกับวงจรจุดเสี่ยงน้ำ เช่น เครื่องทำน้ำอุ่น ห้องน้ำ เต้ารับนอกบ้าน ถ้ามันเด้งบ่อยในหน้าฝน อย่ามองว่าน่ารำคาญ — นั่นคือมันกำลังจับไฟรั่วให้คุณเห็น ให้หาสาเหตุที่วงจรนั้น พิกัดและตำแหน่งติดตั้งที่เหมาะสมให้ช่างไฟออกแบบตามมาตรฐาน วสท./การไฟฟ้า อย่ากะพิกัดเอง

ไฟรั่ว ไม่ใช่ "ไฟตก/ไฟกระชาก" — คนละปัญหา คนละหน้า

สองเรื่องนี้ถูกค้นปน ๆ กันบ่อย แต่ไม่เหมือนกัน: ไฟรั่ว คือกระแสไหลออกจากวงจรที่ควรจะปิด (กินไฟทิ้ง + เสี่ยงไฟดูด) ซึ่งเป็นเรื่องของหน้านี้ ส่วน ไฟตก (แรงดันต่ำ) และไฟกระชาก (แรงดันพุ่ง/ฟ้าผ่า) เป็นเรื่อง "คุณภาพแรงดันไฟ" ที่ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานผิดปกติหรือพัง — คนละสาเหตุ คนละวิธีแก้ (เช่น เครื่องปรับแรงดัน/รางกันไฟกระชาก) อ่านเรื่องนั้นแยกที่ ไฟตก ไฟกระชาก ในบ้าน แก้ยังไง

ใครเขียนหน้านี้

เรียบเรียงโดยทีม CapSolar ผู้ให้บริการโซลาร์ภาคธุรกิจในไทย ตรวจทานโดย Frank Lee (Founder) แนวทางความปลอดภัยอ้างอิงแหล่งความรู้ของการไฟฟ้านครหลวง (ความปลอดภัยทางไฟฟ้า) และ PEA เซฟไทย ที่ตรวจการเข้าถึงแล้ว ณ ส.ค. 2569 จุดที่ต้องใช้ค่ากระแส/พิกัดเฉพาะทาง เราไม่เดาตัวเลข แต่แนะให้ปรึกษาช่างไฟมีใบอนุญาตหรือการไฟฟ้าโดยตรง — เรื่องไฟรั่วเป็นความปลอดภัยต่อชีวิต ไม่ใช่แค่ค่าไฟ

FAQ

อาจใช่หรืออาจไม่ใช่ก็ได้ หน้าฝนความชื้นทำให้จุดที่ฉนวนเสื่อมรั่วง่ายขึ้นจริง (เครื่องตัดไฟรั่วมักเด้งบ่อยช่วงนี้) แต่หน้าฝนคนก็มักใช้เครื่องทำน้ำอุ่น/เครื่องอบผ้ามากขึ้นด้วย ให้ลองเช็คไฟรั่วตามวิธีในหน้านี้ก่อน ถ้ามิเตอร์นิ่งเมื่อปิดไฟหมด แสดงว่าน่าจะเป็นพฤติกรรมการใช้ ไม่ใช่รั่ว

ค่าไฟกิจการสูงจนอยากลดที่ต้นเหตุ?

สำหรับอาคารและโรงงาน โซลาร์ช่วยลดค่าไฟจากต้นทาง — CapSolar ประเมินฟรี ไม่มีข้อผูกมัด