C
CapSolar
ผู้ใช้ไฟรายใหญ่ · ไฟแรงสูง 22–33 kV

หม้อแปลงไฟฟ้า: ต้องใช้ขนาดกี่ kVA ราคาเท่าไหร่ ขอ/เช่ากับการไฟฟ้ายังไง (บ้านใหญ่ · ร้านค้า · โรงงาน)

บ้านหลังใหญ่ ร้านค้า ฟาร์ม หรือโรงงานที่โหลดโตจนมิเตอร์แรงต่ำไม่พอ จะต้อง “ติดหม้อแปลงเฉพาะราย” และซื้อไฟแรงสูงจากการไฟฟ้า หน้านี้สรุปจากระเบียบและตารางค่าบริการทางการของ กฟภ. และ กฟน.: เกณฑ์ที่ต้องมีหม้อแปลง วิธีประเมินขนาด kVA จากโหลดจริง ค่าธรรมเนียม-เงินประกันที่การไฟฟ้าเรียกเก็บ ความต่างระหว่างซื้อเองกับเช่า ขั้นตอนยื่นขอไฟแรงสูง และระยะเวลาตามมาตรฐานบริการ — พร้อมคำตอบตรง ๆ ว่าอะไรมีราคาประกาศ อะไรต้องขอใบเสนอราคา

อ่าน 9 นาทีอัปเดตล่าสุด: ส.ค. 2569ข้อมูล ณ: ส.ค. 2569 — ตามระเบียบ/ตารางค่าบริการ กฟภ. กฟน. สอบถาม 1129 / 1130

หม้อแปลงไฟฟ้าเฉพาะรายจำเป็นเมื่อโหลดของคุณเกินที่มิเตอร์แรงต่ำรองรับ — ตามระเบียบ กฟภ. ผู้ใช้ไฟที่มีความต้องการพลังไฟฟ้าตั้งแต่ 30 kW ขึ้นไป หรือติดตั้งหม้อแปลงเฉพาะรายรวมตั้งแต่ 100 kVA ขึ้นไป จัดเป็น “ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่” และในพื้นที่ระบบสายใต้ดิน โหลดเกิน 250 kVA ต้องรับไฟแรงสูง 22/33 kV ผ่านหม้อแปลงของตัวเอง ขนาดคร่าว ๆ = กิโลวัตต์ที่ใช้พร้อมกันสูงสุด ÷ 0.8–0.9 แล้วเผื่อ 20–30 % (เช่น โหลด 80 kW → 100–125 kVA) ราคาตัวหม้อแปลงไม่มีราคาประกาศจากการไฟฟ้า ขึ้นกับ kVA แรงดัน และชนิด ต้องขอใบเสนอราคา แต่ค่าธรรมเนียมและเงินประกันของ กฟน./กฟภ. มีตารางทางการชัดเจน (ด้านล่าง) และ กฟภ. มีบริการให้เช่าหม้อแปลงพร้อมอุปกรณ์ป้องกันสำหรับงานชั่วคราว/งานก่อสร้าง สัญญาไม่เกิน 1 ปี

หม้อแปลงไฟฟ้า ราคาเท่าไหร่

การไฟฟ้าไม่ได้ประกาศราคาตัวหม้อแปลง — ราคาเป็นเรื่องระหว่างคุณกับผู้ผลิต/ผู้รับเหมา และแปรตามขนาด (kVA) แรงดันระบบ (22 หรือ 33 kV ในพื้นที่ กฟภ. / 12 หรือ 24 kV ในพื้นที่ กฟน.) ชนิด (น้ำมันหรือแห้ง) วัสดุขดลวด (ทองแดง/อะลูมิเนียม) ค่าสูญเสีย (รุ่น Low Loss ฉลากเขียวที่ กฟน. แนะนำ) รวมถึงงานประกอบ เช่น นั่งร้านหรือห้องหม้อแปลง ตู้สวิตช์แรงสูง สายแรงสูงเข้าพื้นที่ และระบบกราวด์ ให้ขอใบเสนอราคาอย่างน้อย 2–3 รายโดยระบุ kVA แรงดัน และมาตรฐาน (มอก./IEC) ให้ตรงกัน สิ่งที่มีตารางราคาทางการคือค่าธรรมเนียมและเงินประกันที่การไฟฟ้าเรียกเก็บ ซึ่งแยกจากค่าหม้อแปลงและคิดตามขนาดที่ติดตั้ง:

ค่าธรรมเนียมและเงินประกันของการไฟฟ้า (ตารางทางการ ไม่รวม VAT)

รายการกฟภ. (PEA) — ต่างจังหวัดกฟน. (MEA) — กทม. นนทบุรี สมุทรปราการ
ค่าตรวจสอบ/ค่าธรรมเนียม มิเตอร์แรงสูง (ติดหม้อแปลงเฉพาะราย)ต่ำกว่า 69 kV: ไม่เกิน 30 A 15,000 บาท / เกิน 30 A 20,000 บาท12/24 kV ถาวร: 300–800 kVA 3,700 · 1,000–1,600 kVA 4,900 · 2,000–2,500 kVA 6,100 · ไล่ขึ้นถึง 12,200 บาทที่ 10,000–15,000 kVA
เงินประกันการใช้ไฟฟ้ามิเตอร์แรงสูงต่ำกว่า 69 kV: kVA ละ 400 บาท · ตั้งแต่ 69 kV: kVA ละ 4 บาท (ไม่เกิน 50,000) · มิเตอร์แรงต่ำประกอบ CT: แอมป์ละ 100 (1 เฟส) / 300 บาท (3 เฟส) — ยกเว้นผู้ใช้ไฟรายใหม่ประเภท 1–2ไฟถาวร 12/24 kV: ตารางทางการระบุ 0 บาททุกขนาด (กฟน. ไม่เรียกหลักประกันจากผู้ขอใช้ไฟรายใหม่ประเภท 1–2) · ไฟชั่วคราว 12/24 kV: 105,000 บาท (300 kVA) ถึง 3,750,000 บาท (15,000 kVA)
ค่าตรวจสอบมิเตอร์แรงต่ำประกอบ CT (โหลดเกินมิเตอร์ธรรมดา แต่ยังไม่ต้องซื้อไฟแรงสูง)1 เฟส 1,600 บาท · 3 เฟส 4,200 บาทมิเตอร์แรงต่ำถาวรถึง 400 A 3 เฟส: 700 / 1,500 / 2,500 บาทตามขนาด
ไฟชั่วคราวแรงสูง (งานก่อสร้าง/อีเวนต์)เช่าหม้อแปลงพร้อมอุปกรณ์ป้องกันจาก กฟภ. ได้ สัญญาไม่เกิน 1 ปี (ปีต่อปี) — อัตราค่าเช่า/ค่าประกันตามที่ กฟภ. กำหนด สอบถาม 1129ค่าต่อไฟ 10,000–20,000 บาท/ครั้ง + ค่าเช่าอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้า 4,350 บาท/เดือน + หลักประกันตาม kVA (ตารางซ้าย)

ที่มา: ตารางค่าธรรมเนียมการขอใช้ไฟฟ้าของ กฟภ. (ใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2563) และอัตราค่าบริการขอใช้ไฟฟ้าของ กฟน. — ตัวเลขข้างต้นยังไม่รวม VAT 7 % และ**ไม่รวม**ค่าขยายเขต/ค่าสมทบก่อสร้างระบบจำหน่าย ซึ่ง กฟภ. คิดตามขนาดหม้อแปลงรวมที่ขอติดตั้งและประมาณการหน้างานเป็นราย ๆ ไป (ระเบียบฯ ข้อ 9.10)

ตัวอย่างเงินที่การไฟฟ้าเรียกเก็บ (พื้นที่ กฟภ., หม้อแปลง 100 kVA, ผู้ใช้ไฟประเภทที่ต้องวางประกัน): ค่าตรวจสอบมิเตอร์แรงสูง 15,000 บาท + เงินประกัน 100 kVA × 400 = 40,000 บาท → 55,000 บาท ก่อน VAT และก่อนค่าขยายเขต/ค่าสมทบ — ยังไม่รวมค่าหม้อแปลง งานติดตั้ง และตู้สวิตช์ซึ่งต้องขอใบเสนอราคา

หม้อแปลง กี่ kVA ถึงพอ: วิธีคำนวณจากโหลด

ขนาดหม้อแปลง (kVA) ≈ โหลดจริงที่ใช้พร้อมกันสูงสุด (kW) ÷ ตัวประกอบกำลัง 0.8–0.9 แล้วเผื่อ 20–30 % สำหรับสตาร์ตมอเตอร์และการขยายในอนาคต เช่น ร้านค้าหรือโรงงานเล็กที่เปิดเครื่องพร้อมกันสูงสุด 80 kW ÷ 0.85 ≈ 94 kVA → เลือก 100 kVA ถ้าไม่คิดขยาย หรือ 160 kVA ถ้ามีแผนเพิ่มเครื่องจักร ให้วิศวกรไฟฟ้าคำนวณจากรายการโหลดจริง (แอร์ มอเตอร์ ปั๊ม เตา เครื่องชาร์จ) ไม่ใช่จากขนาดเบรกเกอร์ — เพราะการไฟฟ้าคิดเงินประกันและค่าสมทบตาม kVA ที่ติดตั้ง และหม้อแปลงที่ใหญ่เกินจำเป็นมีค่าสูญเสียขณะไม่มีโหลด (no-load loss) กินไฟตลอด 24 ชั่วโมง

ขนาดหม้อแปลงมาตรฐานที่พบในระบบจำหน่ายไทย กับโหลดที่รองรับโดยประมาณ

ขนาด (kVA)โหลดพร้อมกันโดยประมาณ (kW ที่ PF 0.85)มักใช้กับ
20 / 30 / 50 / 75 (1 เฟส)≈ 17–64 kW1 เฟส 22 kV (กฟภ.): บ้านหลังใหญ่/ฟาร์มในชนบทที่สายแรงต่ำไปไม่ถึง
50≈ 43 kWบ้านใหญ่มาก รีสอร์ตเล็ก ร้านค้าที่มีแอร์หลายตัว
100≈ 85 kWร้านค้าใหญ่ อพาร์ตเมนต์เล็ก บ่อกุ้ง/ฟาร์มที่มีปั๊มหลายตัว โรงงานเล็ก
160≈ 136 kWโรงงานเล็ก-กลาง อาคารสำนักงาน ห้องเย็นขนาดเล็ก
250≈ 213 kWเพดานของมิเตอร์แรงต่ำประกอบ CT ในพื้นที่ใต้ดินของ กฟภ. — เกินกว่านี้ต้องรับไฟ 22/33 kV
300 / 315 / 400≈ 255–340 kWโรงงานกลาง อาคารพาณิชย์ (กฟน. ใช้ 300 kVA เป็นขนาดมาตรฐานของระบบ)
500 / 630≈ 425–536 kWโรงงานกลาง-ใหญ่ โรงแรม โรงพยาบาล
750 / 800 / 1,000 / 1,250 / 1,500 / 2,000≈ 638–1,700 kWโรงงานใหญ่ ห้างสรรพสินค้า (มักติดหลายเครื่อง; กฟน. ใช้ 750/1,000/1,500 kVA เป็นมาตรฐาน)

ขนาดในตารางมาจากตารางเลือก CT ตามพิกัดหม้อแปลงในระเบียบมิเตอร์ของ กฟภ. (1 เฟส 20/30/50/75 kVA · 3 เฟส 50/100/160/250 kVA และช่วง 250–10,000 kVA ด้านแรงสูง) และคู่มือจัดเตรียมอุปกรณ์ของ กฟน. (300/500/750/1,000/1,500 kVA) ซึ่งสอดคล้องกับอนุกรมขนาดมาตรฐาน IEC/มอก. — คอลัมน์ kW เป็นการประมาณที่ PF 0.85 ไม่เผื่อ headroom โปรดให้วิศวกรยืนยันก่อนสั่งซื้อ

หม้อแปลง ขนาด 100 kVA ราคาเท่าไหร่ เหมาะกับใคร

หม้อแปลง 100 kVA รองรับโหลดพร้อมกันราว 80–90 kW (PF 0.8–0.9) ที่ 380/220 V กระแสด้านแรงต่ำประมาณ 150 A — ขนาดยอดนิยมของร้านค้าใหญ่ อพาร์ตเมนต์ขนาดเล็ก ฟาร์ม/บ่อกุ้งที่ใช้ปั๊มและเครื่องตีน้ำหลายตัว และโรงงานขนาดเล็ก (ระเบียบมิเตอร์ของ กฟภ. กำหนดให้หม้อแปลง 3 เฟส 100 kVA ติดมิเตอร์ประกอบ ซีที. แรงต่ำขนาด 150/5 A) ราคาตัวหม้อแปลง 100 kVA ต้องขอใบเสนอราคาจากผู้ผลิต — การไฟฟ้าไม่มีราคาประกาศ ส่วนเงินฝั่งการไฟฟ้าในพื้นที่ กฟภ. คือค่าตรวจสอบมิเตอร์แรงสูง 15,000 บาท และเงินประกันการใช้ไฟฟ้า 400 บาท/kVA = 40,000 บาท (ไม่รวม VAT) บวกค่าขยายเขต/ค่าสมทบตามประมาณการหน้างาน
ถ้าโหลดของคุณยังไม่ถึง 30 kW และอยู่ในพื้นที่ที่ระบบแรงต่ำของการไฟฟ้ารองรับได้ ให้ขอขยายขนาดมิเตอร์หรือเปลี่ยนเป็น 3 เฟสก่อน — ถูกและเร็วกว่าการติดหม้อแปลงเฉพาะรายมาก

เมื่อไหร่ต้องติดหม้อแปลงเฉพาะราย (ซื้อไฟแรงสูง)

เกณฑ์จากระเบียบและคู่มือทางการ — ดูว่าคุณเข้าข้อไหน:

มิเตอร์แรงต่ำถึงเพดาน: กฟภ. กำหนดว่าไฟ 3 เฟสที่ใช้กระแสเกิน 80 แอมป์ต่อเฟส ต้องเปลี่ยนเป็นมิเตอร์ประกอบ ซีที. แรงต่ำ (ยังไม่ต้องมีหม้อแปลง) ส่วนตารางค่าบริการของ กฟน. รองรับมิเตอร์แรงต่ำถาวรถึง 400 A 3 เฟส — โหลดที่โตกว่านั้นจึงขยับไปแรงสูง

นิยาม “ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่” ของ กฟภ.: ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดตั้งแต่ 30 kW ขึ้นไป หรือติดตั้งหม้อแปลงเฉพาะรายทุกขนาดรวมตั้งแต่ 100 kVA ขึ้นไป — และตามโครงสร้างอัตราค่าไฟ เดือนใดที่กิจการขนาดเล็ก (ประเภท 2) มีความต้องการพลังไฟฟ้าตั้งแต่ 30 kW จะถูกเปลี่ยนเป็นประเภท 3/4/5 ซึ่งคิดค่าความต้องการพลังไฟฟ้า (demand charge)เพิ่มจากค่าพลังงาน

พื้นที่ระบบสายใต้ดินของ กฟภ.: ความต้องการพลังไฟฟ้าเกิน 66 kVA แต่ไม่เกิน 250 kVA รับไฟแรงต่ำผ่านมิเตอร์ประกอบ ซีที. ได้ แต่ถ้าเกิน 250 kVA ต้องรับไฟจากระบบจำหน่ายแรงสูง 22 หรือ 33 kV ด้วยหม้อแปลงของตัวเอง

เพดานด้านบน: กฟภ. — ติดตั้งหม้อแปลงรวมเกิน 10,000 kVA ที่ 22/33 kV จะพิจารณาให้รับไฟ 115 kV · กฟน. — หม้อแปลงรวมเกิน 15,000 kVA ต้องรับไฟ 69 หรือ 115 kV (คู่มือจัดเตรียมอุปกรณ์ ≤24 kV) และพื้นที่ กฟน. จ่ายแรงสูงที่ 12 kV หรือ 24 kV ต้องถามเขตก่อนสั่งอุปกรณ์

ผลต่อค่าไฟ: อัตราค่าไฟแยกตามระดับแรงดัน (ต่ำกว่า 22 kV / 22–33 kV / ตั้งแต่ 69 kV) — รับไฟแรงสูงได้อัตราต่อหน่วยและค่าความต้องการพลังไฟฟ้าต่ำกว่าแรงต่ำ (ดูตารางที่หน้าค่าไฟโรงงาน) แต่ถ้าติดมิเตอร์ด้านแรงต่ำของหม้อแปลงที่เป็นสมบัติของคุณ การไฟฟ้าจะคิดหน่วยและ kW เพิ่มร้อยละ 2 เพื่อชดเชยการสูญเสียในหม้อแปลง

ซื้อเอง vs เช่ากับการไฟฟ้า ต่างกันยังไง

ซื้อเอง (ไฟถาวร) — ทางหลักของผู้ใช้ไฟรายใหญ่

หม้อแปลงและอุปกรณ์ที่ติดตั้งเพื่อจ่ายไฟให้คุณเป็นการเฉพาะรายถือเป็นทรัพย์สินของผู้ใช้ไฟฟ้า (ระเบียบ กฟภ. ข้อ 22.3) คุณเป็นผู้ลงทุน ดูแล และรับผิดชอบการรื้อย้ายในอนาคต หม้อแปลงที่จัดหามาเองต้องผ่านการตรวจหรือทดสอบจาก กฟภ. ก่อนจ่ายไฟ โดยเสียค่าบริการตามที่กำหนด (ข้อ 27–28; การตรวจไม่ใช่การรับรองคุณภาพ) ส่วน กฟน. ให้ใช้หม้อแปลงตาม มอก. หรือ IEC โดยส่ง Specification และ Routine Test Report ที่วิศวกรไฟฟ้าระดับสามัญขึ้นไปลงนามรับรอง หากผลิตตามมาตรฐานอื่นต้องส่ง Type Test Report (Impulse, Temperature-Rise และ Partial Discharge สำหรับชนิดแห้ง) ให้พิจารณาก่อนซื้อ

เช่ากับการไฟฟ้า — เฉพาะไฟชั่วคราว/งานก่อสร้าง

ระเบียบ กฟภ. ข้อ 9.13 เปิดให้ผู้ขอใช้ไฟฟ้าชั่วคราว — งานก่อสร้างอาคาร/สะพาน งานประเพณี งานอีเวนต์ — เช่าหม้อแปลงพร้อมอุปกรณ์ป้องกันจาก กฟภ. ได้ โดยทำสัญญาเช่าไม่เกิน 1 ปี (ต่อปีต่อปี) งานที่วัดหรือหน่วยงานรัฐจัดไม่คิดค่าเช่า ส่วนเอกชนคิดค่าเช่าพร้อมค่าประกันหม้อแปลง อัตราเป็นไปตามที่ กฟภ. กำหนด (สอบถามสำนักงาน กฟภ. ในพื้นที่ / 1129) ฝั่ง กฟน. ตารางไฟชั่วคราวแรงสูง 12/24 kV ระบุค่าต่อไฟ 10,000–20,000 บาท ค่าเช่าอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้า 4,350 บาท/เดือน และหลักประกันตาม kVA — รายละเอียดที่หน้าไฟชั่วคราวงานก่อสร้าง

สำหรับไฟถาวร การไฟฟ้าไม่มีโครงการ “เช่าหม้อแปลงรายเดือน” เป็นการทั่วไป — ผู้ให้เช่าเอกชนมีอยู่ แต่หม้อแปลงที่นำมาติดตั้งต้องผ่านการตรวจ/ทดสอบของการไฟฟ้าเช่นเดียวกับหม้อแปลงที่ซื้อ

ขั้นตอนขอใช้ไฟแรงสูงพร้อมหม้อแปลง: เอกสาร ค่าใช้จ่าย ระยะเวลา

ลำดับงานตามมาตรฐานคุณภาพบริการของ กฟภ. (พื้นที่ กฟน. ใช้หลักการเดียวกันผ่าน MEA e-Service และคู่มือจัดเตรียมอุปกรณ์ ≤24 kV):

  1. ยื่นคำร้องพร้อมเอกสาร

    บุคคลธรรมดา: บัตรประชาชน (ต่างชาติใช้หนังสือเดินทาง) ทะเบียนบ้าน/ทะเบียนอาคาร และหลักฐานกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง · นิติบุคคล: หนังสือรับรองอายุไม่เกิน 6 เดือน บัตรประชาชนผู้มีอำนาจ ทะเบียนอาคาร หลักฐานสิทธิในสถานที่ และหนังสือมอบอำนาจประทับตราถ้ามอบให้ผู้อื่นยื่น — ยื่นที่สำนักงานการไฟฟ้าในพื้นที่ หรือออนไลน์ (PEA Smart Plus / eservice.pea.co.th · MEA e-Service) พร้อมแบบแผนผังโหลดและ Single Line Diagram ที่วิศวกรลงนาม

  2. ชำระค่าสำรวจ/ตรวจแบบ

    การไฟฟ้ารับชำระค่าสำรวจและตรวจสอบแบบ แล้วออกใบเสร็จ — ขั้นนี้ยังไม่เริ่มนับเวลาตามมาตรฐานบริการ

  3. สำรวจ ออกแบบ และประมาณการค่าขยายเขต

    เจ้าหน้าที่สำรวจหน้างาน ออกแบบจุดรับไฟและแผนผังระบบ แล้วจัดทำประมาณการค่าใช้จ่ายงานขยายเขตระบบไฟฟ้า (ถ้าต้องปักเสา-พาดสายหรือสร้างสายป้อนเพิ่ม) รวมถึงค่าสมทบก่อสร้าง/ปรับปรุงระบบจำหน่ายสำหรับผู้ขอใช้ไฟ 22/33 kV ตามขนาดหม้อแปลงรวม

  4. อนุมัติและแจ้งค่าใช้จ่ายทั้งหมด

    การไฟฟ้าอนุมัติแบบและแจ้งยอดที่ต้องชำระ: ค่าขยายเขต ค่าธรรมเนียมขอใช้ไฟฟ้า/ค่าตรวจสอบมิเตอร์ และหลักประกันการใช้ไฟฟ้า (เงินสด พันธบัตร หรือหนังสือค้ำประกันธนาคาร)

  5. ชำระเงินและวางหลักประกัน — เริ่มนับเวลา

    มาตรฐานบริการ กฟภ. นับถัดจากวันที่ชำระค่าบริการและปฏิบัติตามเงื่อนไขครบ: หม้อแปลงรวมไม่เกิน 250 kVA จ่ายไฟภายใน 35 วันทำการ · เกิน 250 ถึง 2,000 kVA ภายใน 55 วันทำการ (กรณีมีระบบจำหน่ายพร้อมอยู่แล้ว ไม่ต้องดำเนินการสายนอก และไม่นับเวลารอแก้ไขระบบภายในที่ไม่ผ่านมาตรฐาน)

  6. ก่อสร้าง ติดตั้งหม้อแปลง และตรวจสอบระบบ

    ผู้รับเหมาของคุณติดตั้งหม้อแปลง ตู้สวิตช์แรงสูง สายเข้า และระบบกราวด์ตามแบบที่อนุมัติและมาตรฐาน วสท./การไฟฟ้า — การไฟฟ้าตรวจการเดินสายและอุปกรณ์ภายใน และตรวจ/ทดสอบหม้อแปลงที่จัดหามาเอง (ถ้าตรวจไม่ผ่านตามนัด 2 ครั้ง กฟภ. เก็บค่าตรวจเพิ่มในครั้งต่อไป)

  7. ติดตั้งมิเตอร์และจ่ายไฟ

    เมื่อตรวจผ่านและชำระครบ การไฟฟ้าติดตั้งมิเตอร์แรงสูง (ซีที./วีที.) หรือมิเตอร์ประกอบ ซีที. ด้านแรงต่ำ ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า แล้วจ่ายไฟ — หลังจากนั้นบิลจะเป็นอัตราตามประเภทและระดับแรงดันที่รับไฟ

ค่าใช้จ่ายที่คนมักลืมคิด

ค่าสมทบและค่าขยายเขต: ผู้ขอใช้ไฟ 22/33 kV ทุกรายจ่ายค่าสมทบก่อสร้าง/ปรับปรุงระบบจำหน่ายตามขนาดหม้อแปลงรวม และร่วมลงทุนค่าขยายเขตจากระบบเดิมมาถึงหน้าพื้นที่ ส่วนระบบภายในลงทุนเองทั้งหมด (ระเบียบ กฟภ. ข้อ 9.10.1)

หลักประกันที่ขยับตามขนาด: เพิ่ม/ลดขนาดหม้อแปลง ย้ายหม้อแปลง เปลี่ยนประเภทผู้ใช้ หรือค่าไฟสูงกว่าวงเงินประกัน การไฟฟ้าจะเรียกเก็บหรือคืนหลักประกันให้ครบตามเกณฑ์ (ข้อ 12–13)

ค่าตรวจ/ทดสอบหม้อแปลงและอุปกรณ์: หม้อแปลงที่ซื้อเองต้องผ่านการทดสอบของการไฟฟ้า มีค่าบริการ และผู้ใช้ไฟต้องจัดหา-ติดตั้ง-ดูแลอุปกรณ์ตัดตอนและป้องกันกระแสเกินเอง (ข้อ 25, 27–28)

ค่าไฟหลังมีหม้อแปลง: มิเตอร์ด้านแรงต่ำของหม้อแปลงที่เป็นของคุณ → หน่วยและ kW คิดเพิ่ม 2 % · ประเภท 3 ขึ้นไปมีค่าความต้องการพลังไฟฟ้าและค่าไฟขั้นต่ำ (ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ของค่าความต้องการสูงสุดใน 12 เดือน) — อ่านวิธีคิดที่หน้า demand charge

ดูแลรักษาหม้อแปลงยังไงให้ไม่พังก่อนเวลา

ระบบไฟฟ้าหลังมิเตอร์รวมถึงหม้อแปลงเฉพาะราย **เป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้ไฟฟ้าในการบำรุงรักษา** (ระเบียบ กฟภ. ข้อ 22.2) และ กฟภ. เองมีธุรกิจเสริมรับบำรุงรักษาหม้อแปลงของผู้ใช้ไฟฟ้าและตรวจจุดร้อนด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อน (ตามระเบียบธุรกิจเสริมของ กฟภ.) งานพื้นฐานที่ควรทำประจำ:

ตรวจระดับ/สภาพน้ำมันและซิลิกาเจล ตรวจรอยรั่วซึม สนิม และเสียงผิดปกติ อย่างน้อยปีละครั้ง (หม้อแปลงชนิดน้ำมัน)

ขันจุดต่อสาย ทำความสะอาดบุชชิ่งและลูกถ้วย ตรวจ Surge Arrester / Dropout Fuse และระบบกราวด์ — ควรทำตอนดับไฟตามแผนและโดยช่างที่มีใบอนุญาต

สแกนความร้อน (thermal scan) จุดต่อและขั้วต่อเมื่อมีโหลดเต็ม เพื่อจับจุดร้อนก่อนไหม้

ทบทวนโหลดจริงเทียบพิกัดทุกปี — ถ้าใช้เกิน 80–90 % ของ kVA ต่อเนื่อง ให้วางแผนเพิ่มขนาด (ต้องแจ้งการไฟฟ้าตรวจสอบก่อนเปลี่ยนหม้อแปลง ข้อ 25.2) และถ้าต่อโซลาร์รูฟท็อปด้วย ดูข้อกำหนดการเชื่อมต่อและอัตราส่วนหม้อแปลงที่หน้าเชื่อมต่อสายส่ง

เกี่ยวกับผู้เขียน

เรียบเรียงโดยทีมวิศวกรรมของ CapSolar ภายใต้การดูแลของ Frank Lee (ผู้ก่อตั้ง) — CapSolar เป็นผู้ให้บริการโซลาร์ EPC/PPA เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมในไทย ที่ทำงานกับหม้อแปลงเฉพาะรายและระบบแรงสูงของโรงงานเป็นประจำ และสรุประเบียบการไฟฟ้าจากเอกสารทางการเพื่อให้เจ้าของกิจการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

FAQ

ราว 80–90 kW เมื่อตัวประกอบกำลังอยู่ที่ 0.8–0.9 (kW = kVA × PF) โดยไม่ควรใช้เต็มพิกัดต่อเนื่อง — ถ้าโหลดพร้อมกันจริงเกิน 80 kW และมีแผนขยาย ให้พิจารณา 160 kVA

โหลดระดับที่ต้องมีหม้อแปลงเอง คือระดับที่โซลาร์บนหลังคาเริ่มคุ้ม

ถ้าคุณกำลังวางแผนหม้อแปลง 100 kVA ขึ้นไป CapSolar ประเมินฟรีจากบิลค่าไฟจริงว่าหลังคาของคุณลดค่าไฟได้เท่าไหร่ด้วย EPC หรือ PPA และช่วยออกแบบให้สอดคล้องกับข้อกำหนดการเชื่อมต่อของการไฟฟ้าตั้งแต่แรก